วันเสาร์ 11 เมษายน 2026
หน้าแรก ปักหมุด

ซากหุ้นรับเหมาตัวเบ้ง หมดสภาพ-เสี่ยงทุนเทาฮุบ?

819

ความอื้อฉาวของบิ๊กหุ้นรับเหมาในตลาดหุ้นไทยแห่งหนึ่งที่หากเอ่ยชื่อ…เชื่อทุกคนคงรู้จัก ขาดทุนสะสมกว่า หมื่นลบ.ผลการดำเนินงานขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 63 ส่งกลิ่นไม่ดีอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 67 โดยพบว่า ปี63 มีรายได้ 54,915.19 บ. แต่ขาดทุน 1,104.45 ลบ., ปี 64 มีรายได้ 59,698.10 ลบ. แต่ขาดทุน 155.62 ลบ., ปี 65 มีรายได้ 67,833.32 ลบ. ขาดทุน 4,758.85 ลบ., ปี 66 รายได้ 64,530.26 ลบ. ขาดทุน 1,072.37 ลบ.และต่อเนื่องปี 67 ที่มีรายได้ 72,453.98 ลบ. แต่ก็ยังขาดทุน 5,775.85 บ. จุดน่าสังเกตุหนึ่งคือรายได้โตแตะผลงานกลับขาดทุนเพราะอะไร?

ถึงแม้ว่าผลงานปี 68 ที่ผลงานพลิกบวกโดยมีรายได้ 56,711 ลบ. และพลิกมีกำไรสุทธิ 1,783.29 ลบ.แต่งบระหว่างปีก็ยังพบว่าผู้สอบบัญชีไม่แสดงความคิดเห็นระหว่างไตรมาสอยู่เนืองๆ จนลุกลามถึงปัญหาสภาพคล่องทางการเงินกรณีหุ้นกู้ขยายเวลาชำระหนี้หุ้นกู้ 5 รุ่น มูลค่ารวมกว่า 1.45 หมื่นลบ. ออกไปอีก 3 ปี (รอบใหม่) ด้าน ก.ล.ต. เองออกโรงแจ้งเตือนให้ผู้ถือหุ้นกู้ด้วย เพื่อพิจารณาแผนปรับโครงสร้างหนี้ ราคาหุ้นก็ตกต่ำจากยุคเฟื่องฟู (หลายหมื่นลบ.) เหลือมาร์เก็ตแคปหลักพันลบ.เท่านั้น

แต่กลับยังได้งานเข้ามาในมืออย่างต่อเนื่องมูลค่าแบ็คล็อกก็ไม่ใช่น้อยๆราว 1.2-1.3 แสนลบ.โดยมีงานขนาดใหญ่ภาครัฐอยู่หลายโครงการทั้งโครงการรถไฟฟ้า,ทางด่วน,สนามบิน, เป็นต้น รวมทั้งปลายปี 68 ยังได้งานก่อสร้างอาคารสูงมูลค่าร่วมหมื่นลบ.ซึ่งเป็นงานอาคารโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ประชาชนร่วมแรงทำบุญด้วย แม้ว่าช่วงต้นปี 68 จะมีเรื่องอื้อฉาวโครงการสร้างตึกสูงของหน่วยงานรัฐในปีที่ผ่านมาก็ตาม

ซึ่งความน่ากังวลในภาคตลาดทุนต่อจากนี้คือ ทำไมหุ้นตัวนี้ยังไม่สะทกสะท้านอะไรเลยจากผลงานที่ผ่านมาในอดีตแต่ยังกลับถูกไว้ใจให้ได้ก่อสร้างงานขนาดใหญ่ทั้งๆที่ผลงานในอดีตสร้างความเสียหายต่อภาคสังคม ประชาชนถึงคุณภาพการก่อสร้างจนล่าสุด นายกฯ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ก็สั่งระงับงานก่อสร้างที่สร้างความเสียหาย

และยังขืนให้เอกชนรายนี้เดินหน้าประมูลงายใหญ่ๆต่อ ความสุ่มเสี่ยงในอนาคตจะเป็นอย่างไร???? เพราะเท่าที่ดูเจตนาการเข้าประมูลงานแต่ไม่ทำกำไร…แถมรูปแบบที่เปลี่ยนไปจนน่ากลัวคือ จับมือกับทุนต่างชาติเพื่อไปบิดงานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะทุนจีน ซึ่งสุ่มเสียงมากหากไปย้อนตามดูประวัติ ก็ไม่รู้ว่าจะสุ่มเสี่ยงระดับไหนแต่เท่าที่สรุปเรื่องราวมาอยากฝากผู้หลักผู้ใหญ่ภาคตลาดทุนช่วยเข้าไปสกีนดูหน่อยว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง “เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม” เพราะ “บวกลบคูณหาร” แล้วไม่ได้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อบริษัทจดทะเบียนเลย…และยิ่งในสถานการณ์การลงทุนเช่นนี้…การฟื้นความเชื่อมันต่อนักลงทุน…ถือเป็นเรื่องสำคัญ…การแอ็คชั่นก่อนเพื่อป้องกันภัยลูกใหญ่…จนอาจเอาไม่อยู่ก็เป็นได้

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon