
มิติหุ้น – PTG หรือ บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า จากกรณีวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจค้าปลีกน้ำมันภายใต้เครื่องหมายการค้า “PT” ซึ่งการปัญหาขาดแคลน้ำมนในช่วงที่ผ่านมาในช่วงต้นของวิกฤติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านั้น มีสาเหตุหลักมาจากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน และการปิดตัวชั่วคราวของปั๊มน้ำมันอิสระจำนวนมาก เนื่องจากราคาต้นทุนสูงกว่าราคาขายปลีกที่ภาครัฐกำหนด ส่งผลให้ผู้ใช้บริการต่างพากันมาเติมน้ำมันที่สถานีบริการแบรนด์หลักจนยอดจำหน่ายพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว และเกินกว่าขีดความสามารถในการขนส่ง และสำรองน้ำมันตามปกติจะรองรับได้ทัน
ทั้งนี้ในช่วงวิกฤตพลังงาน และปัญหาซัพพลายเชนที่ผ่านมา PTG มีนโยบายการบริหารสต็อกน้ำมันแบบ “น้อยแต่คล่องตัว” โดยเน้นสต็อกน้ำมันระยะสั้น สำรองน้ำมันไว้เพียงพอสำหรับขายเฉลี่ยไม่เกิน 2 วันต่อสาขาเท่านั้น ซึ่งในแต่ละสถานีบริการจะมีการสต็อกน้ำมันไว้ไม่เกิน 30,000 ลิตร และไม่สต็อกน้ำมันจำนวนมาก เพื่อป้องกันการขาดทุนจากสต็อก
อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ได้กักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร โดยดำเนินธุรกิจยึดมั่นตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งมีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสต็อกน้ำมันให้สมดุล เพื่อป้องกันผลกระทบจากการผันผวนของราคาตลาดโลก รวมทั้งยังคงรักษาสิทธิประโยชน์และส่วนลดให้แก่สมาชิกบัตร PTG Max Card ตามปกติโดยไม่มีการปรับลด รวมถึงในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ทาง PTG คืนกำไรลูกค้าโดยให้ส่วนลดเพิ่มอีก 10 สตางค์ต่อลิตร เป็น 60 สตางค์ต่อลิตร
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon


































