กลยุทธ์การลงทุน 4Q18

90

ตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 3/18 ยังเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 1,607-1,720 สวนทางกับแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับผลกระทบจากวิตกกังวลของนักลงทุนจากปัญหาสงครามการค้า รวมไปถึงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น  ดูเหมือนว่าความกลัวดังกล่าวจะลดลงและภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังคงมีการเติบโตในวงกว้าง ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มเป้าหมาย SET Index สำหรับปีนี้เป็น 1,800 จุด

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรายังไม่มั่นใจกับแนวโน้มการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยคือความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกในระยะใกล้ที่ยังมีความผันผวนและมูลค่าค่อนข้างสูง (ทั้งในแง่การเทียบกับตลาดในภูมิภาคและเทียบกับตนเอง) ขณะที่การเติบโตในประเทศส่งผลดีกับหุ้นบางกลุ่มอุตสาหกรรมอย่าง พาณิชย์, ธนาคารพาณิชย์ และ อสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวในประเทศ อีกทั้งยังมีมูลค่าที่น่าสนใจและปรับขึ้นน้อยกว่าตลาดหุ้นที่เราแนะนำในไตรมาส 4/18 ได้แก่ ANAN, BBL, CPALL, MTC, ROBINS และ SPALI

ขณะที่ความกังวลเรื่องสงครามการค้าที่ไม่มีทีท่าจะจบ โดยเริ่มมีการแสดงผลกระทบออกมาให้เห็นจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มมีการปรับตัวลงจากภาวะความตึงเครียดจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับ จีน และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดกับประเทศอื่นๆ ซึ่งเราเริ่มเห็นผลกระทบโดยตรงต่อภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวมที่เกิดจากการชะลอตัวลงของการค้าระหว่างประเทศที่เริ่มส่งผลการเติบโตของภาวะเศรษฐกิจ มาตรการทางภาษีที่สหรัฐประกาศเรียกเก็บอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 200,000 ล้านเหรียญฯ เริ่มมีผลบังคับใช้ โดยมีความเป็นไปได้อย่างมากที่ประธานาธิปดีทรัมป์ จะยังคงเดินหน้าเพื่อออกมาตราการครั้งสุดท้ายอีก 267,000 ล้านเหรียญ

โดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัญและการปรับเพิ่มอัตราการอนุมัติของรัฐบาลจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้สงครามการค้าขยายตัว อีกทั้งต้องยอมรับว่าสงครามการค้าที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบเชิงลบต่อการส่งออกของไทยเนื่องจากส่งผลให้กิจกรรมทางการค้าโลกมีการเคลื่อนไหวช้าลง แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญมากขึ้นในการรักษาความต้องการในประเทศให้มีความแข็งแกร่งและเติบโตได้สูงกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งถือว่าเป็นโชคดีของเศรษฐกิจของไทยที่ปัจจัยต่างๆ ในประเทศมีการปรับตัวดีขึ้น อย่างเช่นการบริโภคภาคเอกชนจากรายได้ของบริษัท รวมถึงความเชื่อมั่นที่ปรับเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันการลงทุนในประเทศก็มีการปรับตัวดีขึ้นจากทั้งฝั่งของรัฐบาลและภาคเอกชน

Top picks คือ ANAN, BBL, CPALL, MTC, ROBINS, และ SPALI หุ้นเด่นของเราในช่วไตรมาส 4/18 มุ่งไปที่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศมากกว่าเนื่องจากปัจจัยภายนอกยังคงมีความผันผวนสูง เราเชื่อว่าแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นเชิงบวกของประเทศไทยในระยะสั้นที่มีจากการเลือกตั้งมากกว่าการให้น้ำหนักความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก เป้าหมาย SET Index ของเราคิดจาก P/E สำหรับปี 2019 ที่ 15.2 เท่า ที่ +1.0 SD ที่ระดับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่สะท้อนการเติบโตที่ดีของปัจจัยพื้นฐานและผลประกอบการของประเทศ การปรับตัวดีขึ้นของความต้องการในประเทศน่าจะส่งผลดีต่อ กลุ่มพาณิชย์ กลุ่มธนาคาร และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

คอลัมน์กรุงศรีทอล์ค โดย บล.กรุงศรี

www.mitihoon.com