
มิติหุ้น – ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI คาดว่าผลประกอบการช่วงเดือนก.ค.-ก.ย. 69 ของผู้ประกอบการในกลุ่มการบินของไทยจะมีทั้งบวกและลบ โดยประมาณการว่า AOT จะมีกำไรปกติเพิ่มขึ้นเป็น 4.4 พันล้านบาท (+9% yoy, +16% qoq) ในไตรมาส 4 ปีงบฯ 69 (เดือนก.ค.-ก.ย. 69) แม้จำนวนผู้โดยสารจะลดลง 2% yoy เนื่องจากการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) ช่วยหนุนผลกำไร
ขณะที่คาดว่า THAI จะมีกำไรปกติ 2.8 พันล้านบาทในไตรมาส 3/69 หรือลดลง 48% yoy แต่เติบโต 138% qoq ซึ่งนับเป็นการฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/69 และเชื่อว่าปัจจัยที่ทำให้กำไรฟื้นตัว qoq คือราคาน้ำมันเครื่องบินเฉลี่ยที่ลดลง 17%
ทั้งนี้ จำนวนผู้โดยสารยังคงเป็นจุดอ่อนของ AOT เนื่องจากคาดว่าสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติช่วงเดือนก.ค.-ก.ย.69 ของไทยลดลง 5% yoy จาก 7.43 ล้านคนเหลือ 7.03 ล้านคน เพราะสายการบินทั่วโลกยังคงลดจำนวนเที่ยวบิน โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำที่มีความอ่อนไหวต่อราคา
อย่างไรก็ตาม คาดว่าอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (cabin factor) ของ THAI จะฟื้นตัวมาอยู่ที่ 76% ในไตรมาส 3/69 จาก 71.5% ในไตรมาส 2/69 เพราะอุปสงค์การเดินทางขาออกเพิ่มขึ้นและค่าโดยสารลดลง แต่รายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย (passenger yield) น่าจะลดลง 10% qoq เป็น 2.87 บาท/RPK (ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร) เนื่องจาก THAI ส่งผ่านผลประโยชน์ที่ได้จากต้นทุนน้ำมันที่ลดลงบางส่วนด้วยการลดค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมน้ำมัน (fuel surcharge) ซึ่งช่วยกระตุ้นอุปสงค์การเดินทางและเพิ่มอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ประมาณการว่ากำไรสุทธิของ AOT และ THAI จะเติบโต 60% yoy และ 24% yoy ตามลำดับในปี 70 โดยกรณีของ AOT อัตราการเติบโตส่วนใหญ่จะมาจากการรับรู้ประโยชน์เต็มปีจากการปรับขึ้น PSC ของผู้โดยสารระหว่างประเทศ ขณะที่จำนวนผู้โดยสารน่าจะยังเติบโตในอัตราเลขหลักเดียวระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม มองว่าปัจจัยดังกล่าวจะหนุนให้กำไรเติบโตครั้งเดียว เนื่องจากน่าจะไม่มีการทบทวนค่า PSC อีกอย่างน้อยสี่ปี
ส่วนกรณีของ THAI เชื่อว่ากำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องจนถึงช่วงไฮ-ซีซั่นในไตรมาส 4/69 จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลง โดยในปี 70 มองว่าการขยายฝูงบินและการยกระดับผลิตภัณฑ์จะช่วยเพิ่มทั้ง capacity และรายได้เฉลี่ยต่อหน่วย ขณะที่ความยืดหยุ่นในการปรับค่าธรรมเนียมน้ำมันจะทำให้ THAI สามารถส่งผ่านต้นทุนได้มากขึ้น, ส่วนต่างระหว่างค่าโดยสารและต้นทุนในการดำเนินงานขยายกว้างขึ้น และช่วยให้มาร์จินกลับมาฟื้นตัว
โดยมองว่าทั้ง THAI และ AOT มีโอกาสทำรายได้เพิ่มเติมในปี 70 โดยในกรณีของ THAI เชื่อว่าภูมิทัศน์การแข่งขันดูจะเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทมากขึ้น เนื่องจากสายการบินต้นทุนต่ำสามารถปรับลดค่าโดยสารได้น้อยกว่า อีกทั้งความน่าสนใจของเที่ยวบินต่อเครื่อง (connecting flight) ราคาถูกเริ่มลดน้อยลงหลังผู้โดยสารนิยมเดินทางด้วยเที่ยวบินตรงมากขึ้น
นอกจากนี้ THAI อยู่ระหว่างการยกระดับคุณภาพบริการ โดยการได้รับมอบเครื่องบิน Airbus A321neo จำนวน 14 ลำ และ Boeing 787 จำนวน 12 ลำ จะทำให้ฝูงบินมีจำนวนเครื่องบินเพิ่มจาก 84 ลำ ณ สิ้นไตรมาส 2/69 เป็น 102 ลำภายในสิ้นเดือนธ.ค.69 พร้อมกันนี้การมีสัดส่วนที่นั่งระดับพรีเมียมเพิ่มขึ้นจะช่วยเพิ่มรายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย
ส่วนกรณีของ AOT นอกจากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นแล้ว เชื่อว่ายังมีอีกสามปัจจัยที่จะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ คือ การกลับมาเปิดให้บริการร้านดิวตี้ฟรีขาเข้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ, การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขึ้น-ลงของอากาศยาน (landing fee) และค่าธรรมเนียมที่เก็บอากาศยาน (parking fee), การมีส่วนร่วมในธุรกิจบริการภาคพื้น (ground-service operation) มากขึ้น อย่างไรก็ตาม มองว่ามาตรการเหล่านี้อาจต้องใช้เวลาราว 12 เดือนก่อนจะเริ่มดำเนินการได้จริง
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุน (Overweight) ในกลุ่มท่องเที่ยวจากกำไรที่มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งในครึ่งปีหลัง 69 และปี 70 ขณะที่ชอบ THAI มากกว่า AOT เนื่องจาก THAI มีการประเมินมูลค่าหุ้นน่าสนใจกว่าที่ P/E 6.9 เท่าในปี 70 (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม 27%) เมื่อเทียบกับ AOT ที่ P/E 27.6 เท่าในปี 70 (สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม 48%) และกำไรยังมี upside สูงกว่า
ขณะที่มองว่าราคาของ AOT น่าจะรับรู้ผลดีส่วนใหญ่จากกำไรที่คาดจะเพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นค่า PSC แล้ว เนื่องจากบริษัทประกาศปรับขึ้นค่า PSC อย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนก.พ. 69 โดยกลุ่มท่องเที่ยวอาจมีการประเมินมูลค่าสูงขึ้นหากสถิตินักท่องเที่ยวแข็งแกร่งกว่าคาด, อัตราค่าห้องพักของโรงแรมในไตรมาส 4/69 เพิ่มสูงขึ้น และต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรวมถึงต้นทุนการดำเนินงานต่ำกว่าคาด ส่วน downside risk จะมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง และอุปสงค์การท่องเที่ยวทั่วโลกอ่อนกว่าคาด
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

































