
มิติหุ้น-SMT หรือ บมจ. สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) โดย นาย พร้อมพงศ์ ไชยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าครึ่งปีหลังกลยุทธ์เน้นไปที่เพิ่มรายได้จากลูกค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพในการเติบโตและอัตรากำไรที่เหมาะสม โดยเฉพาะงานด้าน Photonics, เทคโนโลยีการบรรจุชิปขั้นสูง (Advanced Packaging), Power Electronics และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) พร้อมทั้ง รักษาวินัยด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายตลอดจนยกระดับประสิทธิภาพการผลิต คุณภาพ และการส่งมอบ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนโดยจะเร่งติดตามยอดขายและคำสั่งซื้อรายลูกค้า การบริหารจัดหาวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกำลังการผลิต เพื่อเพิ่มโอกาสในการส่งมอบและรับรู้รายได้
ลูกค้าโกลบอลออร์เดอร์ยาว
ทั้งนี้ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า SMT มีความสามารถตั้งแต่ Wafer Processing, IC Packaging, PCBA/Optical จนถึง Box Build พร้อม Design Support และ Co-design ทำให้มีบทบาทมากกว่า Contract Manufacturer ตั้งแต่ Design และพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับลูกค้ากรณี Lumentum สะท้อนโมเดลนี้ได้ชัดเจน โดย SMT มีการลงทุนและขยายการผลิตไปพร้อมกับลูกค้า ช่วยเพิ่ม Switching Cost และเพิ่มโอกาสในการได้รับคำสั่งซื้อระยะยาว Optical คือ Growth Engine ใหม่จาก AIOptical และ OSAT เป็นธุรกิจที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากAI และมี Margin สูงกว่าธุรกิจดั้งเดิม
รายได้ AI เป็น 10 % เตรียมลงทุนเพิ่ม
บริษัทมองว่าสัดส่วนดังกล่าวมีโอกาสเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย10% ในปีหน้าจากการเพิ่มการผลิตของลูกค้ารายหลักมอง Lumentum เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ Global Optical Supply Chain คาดว่าบริษัทอาจพิจารณาขยายโรงงานเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต โดยหากต้องการรองรับการเติบโตของรายได้มากกว่า 10% ต่อปี อาจต้องเพิ่ม Capex จากระดับปกติราว100 ลบ./ปี เป็น 450–500 ลบ./ปีซึ่ง ด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง บริษัทมีความพร้อมรองรับการลงทุนดังกล่าวหากบริษัทตัดสินใจขยายโรงงาน
แวลูหุ้นยังไม่ตอบรับ Earnings Growth
ทั้งนี้เป็น Catalyst สำคัญต่อราคาหุ้นสะท้อนลูกค้า Optical ระดับโลกมีการ Commit Volume ระยะยาวในระดับที่มากเพียงพอให้ SMT ต้องลงทุนเพิ่ม Capacity รอบใหม่ เพิ่มความเชื่อมั่นต่อเนื่องของรายได้และกำไร คาดกำไรปกติปี 69 ที่ 150 ลบ.พลิกจากขาดทุน 146 ลบ. ในปี 68 และเพิ่มเป็น 256 ลบ. (+70% YoY) ในปี 70 คงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 70 ที่ 7.60 บาทต่อหุ้นอิง PER 25 เท่า และคงคำแนะนำ“ซื้อ”โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER 70 ราว19เท่าต่ำกว่ากลุ่มที่ 28–58 เท่าอย่างมีนัยสำคัญ หากการฟื้นตัวของกำไรและ Optical Growth เกิดขึ้นต่อเนื่อง หุ้นมีโอกาสได้รับประโยชน์ทั้งจาก Earnings Growth และ Multiple Re-rating
ส่วนแนวทางการบริหารเงินทุนหมุนเวียน บริษัทฯ จะมุ่งเน้นการติดตามการเรียกเก็บเงินจากลูกหนี้ การบริหารสินค้าคงเหลือให้สอดคล้องกับคำสั่งซื้อ และการเจรจาเงื่อนไขการชำระเงินกับคู่ค้า เพื่อให้การเติบโตของยอดขายไม่สร้างแรงกดดันต่อกระแสเงินสด รวมถึงพิจารณาการใช้แหล่งเงินทุนทั้งระยะสั้น และระยะยาวอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาสภาพคล่อง และรองรับการขยายตัวของธุรกิจ
ทั้งนี้ยังคงใช้ความระมัดระวังในการประเมินคำสั่งซื้อและแผนการลงทุน เนื่องจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก นโยบายการค้าระหว่างประเทศ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนวัตถุดิบและโลจิสติกส์ ตลอดจนความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของลูกค้าและการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วความเชี่ยวชาญด้านการผลิต และการพัฒนาความสามารถแบบบูรณาการของกลุ่มธุรกิจ
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon


































