วันอาทิตย์ 26 มิถุนายน 2022
หน้าแรก บล็อก

เปิด 6 กลยุทธ์ลงทุน เอาชนะภาวะตลาดหมี

การเกิดภาวะตลาดหมี หรือ Bear Market ซึ่งเป็นช่วงที่ความเชื่อมั่นต่ำ และราคาหุ้นก็ตกต่ำลง นักลงทุนมีมุมมองในแง่ลบต่อตลาดจนเชื่อว่าราคาจะตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญการซื้อขายในสถานการณ์แบบนี้เป็นเรื่องยากแล้วเมื่อไหร่ภาวะตลาดหมีจะจบ

ด้านฝ่ายวิจัย บล.กสิกรไทย ระบุว่าภาวะตลาดหมีจะดำเนินไปตามทิศทางของอัตราเงินเฟ้อที่สูง นโยบายการเงินที่เข้มงวด และความกลัวต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่จะสิ้นสุดลงเมื่อ Fed ผ่อนคลาย

พร้องคงเป้าหมาย SET Index ปี 2565 ไว้ที่ 1,650 จุด คาดว่าตลาดตราสารทุนไทยจะทำผลงานได้ดีในภาวะเทขายทั่วโลกจากแนวโน้มการเติบโตและความยืดหยุ่นที่ดีขึ้น

ดังนั้นในสถานการณ์แบบนี้ฝ่ายวิจัยจึงแนะการลงทุนตามธีมการลงทุนจะปลอดภัยที่สุด ซึงมีด้วยกัน6 ธีมลงทุนขณะนี้ ได้แก่

1.หุ้นปันผลคาดว่าหุ้นปันผลจะทำผลงานโดดเด่นในช่วงที่ตลาดอ่อนตัวลง แนะนำ KKP(เป้า87 บ.), KTB(15.50บ.) และ DTAC(57.52บ.)

2ธีมหุ้นที่ป้องกันความเสี่ยงต่อภาวะขาดแคลนอาหารทั่วโลก ได้แก่ CPF(เป้า 30.50บ.), ASIAN (เป้า19.80บ.) และ RBF(เป้า20.95บ.) ประเทศไทยน่าจะได้ประโยชน์จากความต้องการส่งออกอาหารที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤตอาหารโลก

3.หุ้น Defensive แนะลงทุน BGRIM(เป้า61.50บ.), GULF(เป้า48บ.) และ CKP (เป้า 6บ.) หุ้น Defensive เป็นหุ้นที่ป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยเนื่องจากมีวัฏจักรที่สวนทางตลาด

4.การป้องกันความเสี่ยงต่ออัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แนะ BLA (เป้า 56บ.) ตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นน่าจะช่วยเพิ่ม ROI ของ BLA

5.หุ้นเปิดเมืองแนะ MTC (เป้า61บ.), BEM(เป้า 9.99) , ANAN (เป้า 1.47 บ.) และ SPRC (เป้า 13.10บ.) การเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกครั้ง การกลับไปโรงเรียน/สำนักงาน รายได้และค่าจ้างของภาคเกษตรที่สูงขึ้นจะช่วยกระตุ้นอุปสงค์เงินกู้ของ MTC จำนวนผู้โดยสาร/การจราจรของ BEM ยอดขายของ ANAN และ GRM ของ SPRC

6.พัฒนาการเชิงบวกในจีน แนะ PSL (เป้า 25.50) และ SCGP (เป้า 64 บ.) การเปิดประเทศอีกครั้งและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนจะช่วยเพิ่มอัตราค่าระวางของ PSL และราคากระดาษของ SCGP

ซึ่งทั้ง 6 ธีมการลงทุนนี้น่าจะเป็นไกด์ไลน์การลงทุนให้กับนักลงทุนได้ในช่วงนี้เพื่อรับมือภาวะตลาดหมีและรอลุ้นวันที่จบภาวะตลาดหมีภายใต้สถาการณ์เงินเฟ้อพีคเมื่อไหร่เชื่อมั่นว่าจะจบหุ้นก็มีโอกาสแรลรี่ต่อ

 

@mitihoonwealth

https://lin.ee/cXAf0Dp

 

CPF เปิดตัว “ชมรมพนักงาน” ยกระดับ Wellbeing สร้างความผูกพันในองค์กร ประเดิมศึกลูกขนไก่คู่หยุดโลก เมย์ รัชนก – CEO ประสิทธิ์

มิติหุ้น  –  บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดตัว “ชมรมพนักงานซีพีเอฟ : CPF Club” จำนวน 16 ชมรม เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารและพนักงานทั้งองค์กร ยกระดับ Wellbeing ตามความสนใจของพนักงาน ประเดิมฉลองเปิดตัวสุดคึกคัก โดย ชมรมแบดมินตัน ศึกคู่หยุดโลก!! ระหว่าง นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กับ เมย์-รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันทีมชาติไทย มืออันดับ 8 ของโลก เรียกเสียงเชียร์สนั่นคอร์ท พร้อมทั้งคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมกิจกรรมอย่างล้นหลาม ในงานนี้มี 2 นักกีฬาดาวรุ่ง ทั้ง วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์ และ จิว-ภัทรสุดา ไชยวรรณ ร่วมด้วย 

 

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า การก่อตั้งชมรมพนักงานซีพีเอฟ ถือเป็นกลไกธรรมชาติที่ช่วยขัดเกลาการยอมรับความหลากหลายทางความคิด และมาร่วมกันสร้างประโยชน์เพื่อส่วนรวม พนักงานยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ ในด้านต่างๆ จากการเข้าร่วมชมรมที่สนใจ บริษัทฯ ตั้งใจสนับสนุนสิ่งที่เป็นความสุขของพนักงาน เพราะอยากมอบคุณค่าให้มากกว่าชีวิตทำงาน สร้างความผูกพันและเติบโตกับองค์กรไปพร้อมๆ กัน เพื่อช่วยกันคิดดี ทำดีร่วมกัน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสังคมการทำงานที่ดีอย่างยั่งยืน 

 

บริษัทฯ เชิญชวนเพื่อนพนักงานสมัครเข้าร่วมชมรมได้หลากหลายตามความสนใจ เพื่อสร้างความสุข ปลูกฝังความรัก ความสามัคคี และความผูกพันในองค์กร ตลอดจนเป็นพื้นที่สำหรับกระชับความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารระดับสูงกับพนักงานทุกระดับ ภายใต้แนวคิดส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมซึ่งกันและกัน สร้างสมดุลในการใช้ชีวิต และยกระดับ Wellbeing ให้ดียิ่งขึ้น” นายประสิทธิ์ กล่าว 

 

สำหรับ รูปแบบของชมรม มุ่งเน้นส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาพดี ทั้ง 4 มิติ ได้แก่ สุขภาวะทางกาย (Physical Wellbeing) สุขภาวะทางจิต (Mental Wellbeing) สุขภาวะทางสังคม (Social Wellbeing) สุขภาวะทางปัญญา (Intellectual Well-being) ทั้งกิจกรรมกีฬา ท่องเที่ยว ดนตรี บันเทิง การทำอาหาร การลงทุน เทคโนโลยี และการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม  

 

ชมรมพนักงานซีพีเอฟ มีทั้งหมด 16 ชมรม ได้แก่ แบดมินตันฟุตบอลหมากล้อมท่องเที่ยวจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ครอบครัวอบอุ่นทำอาหารชิมอาหารการออมและการลงทุนดนตรีคนรักสัตว์เลี้ยง, CPF Photo Club, Coding & Robotics Club, CPF Running Club, CPF Cycle Club และ LGBT โดยแต่ละชมรมจะมีผู้บริหารระดับสูงเป็นสปอนเซอร์ และพนักงานสามารถสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกของชมรมต่างๆ ผ่านช่องทางสื่อสารภายใน ในระบบ CPF Family ในช่วงเริ่มเปิดตัวชมรม มีพนักงานให้ความสนใจร่วมสมาชิกชมรมต่างๆ แล้ว มากกว่า 3,000 คน./ 

@mitihoonwealth

https://lin.ee/cXAf0Dp

 

มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) และ ไทย-เอ็มซี ร่วมบริจาคเงิน 1.5 ล้าน มอบให้แก่ มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา เพื่อสมทบในโครงการ “ปันสุขอิ่มใจ”

มิติหุ้น   –  ดร. ศิรินา ปวโรฬารวิทยา (กลางขวา) ประธานมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา เป็นตัวแทน มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา รับมอบเงินบริจาค จำนวน 1,500,000 บาท  (หนึ่งล้านห้าแสนบาท) จาก มร. โชอิจิ โอกิวาร่า (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานบริษัท ไทย-เอ็มซี จำกัด  และ นายสันติพงษ์ บูรณกฤตยากรณ์ (ซ้ายสุด) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยเป็นผู้แทนส่งมอบ เพื่อสมทบทุนใน “โครงการปันสุขอิ่มใจ” เพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบในสถานการณ์โควิด-19 ในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การสนับสนุนสินค้าอุปโภค-บริโภค เป็นต้น ทั้งนี้ ส่งมอบ ณ มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา

ดร. ศิรินา ปวโรฬารวิทยา ประธานมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา กล่าวว่า “ ปัจจุบันมูลนิธิฯ ได้ดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ด้านการศึกษา, ด้าน สาธารณะกุศล, ด้านศาสนา และ ด้านศิลปะวัฒนธรรม  ตลอดจน กิจกรรมสร้างประโยชน์สุขแก่สังคมส่วนรวม โดยขณะนี้ ได้จัดให้มี “โครงการปันสุขอิ่มใจ” เพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนและผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งที่ผ่านมา นำสินค้าอุปโภค-บริโภค ไปบริจาค มอบ “บะหมี่ซื่อสัตย์” มีดีที่ไม่มีผงชูรส จำนวนกว่า 3 ล้านซอง ส่งมอบให้กับผู้เดือดร้อนที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่สีแดงในจังหวัดกรุงเทพฯและปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรปราการ นอกจากนี้ จะยังคงดำเนินโครงการปันสุขอิ่มใจต่อเนื่องไปอีก เนื่องจากยังมีประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนอีกเป็นจำนวนมาก ทางมูลนิธิฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ไทย-เอ็มซี จำกัด ให้การสนับสนุนสมทบเงินบริจาค จำนวน 1.5 ล้านบาท ซึ่งมูลนิธิฯ จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สุข สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชนต่อไป”

นายสันติพงษ์ บูรณกฤตยากรณ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ ในช่วงระยะ 2 ปีที่ผ่านมา มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) ได้ตระหนักถึงความเดือนร้อนของประชาชนในสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เป็นอย่างดี โดยมีกิจกรรมสนับสนุนและให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง อาทิ สมทบทุน จำนวนกว่า 535,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลรวม 11 แห่ง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ในการให้บริการประชาชน ยิ่งไปกว่านั้น ได้เห็นความตั้งใจในการทำงานช่วยเหลือประชาชนของ มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา ที่จัดโครงการปันสุขอิ่มใจ จึงประสงค์เข้าร่วมกับทางไทย-เอ็มซีสมทบทุน ในโครงการฯ รวมเป็นจำนวน 1.5 ล้านบาท โดยมั่นใจว่า เป็นอีกช่องทางที่จะให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กับผู้เดือดร้อนได้เป็นอย่างดี”

@mitihoonwealth

https://lin.ee/cXAf0Dp

KTB โบรกฯคาด Q2/65 มีกำไรสุทธิ 8.9 พันลบ. โตแรง 48.8%  รับเต็ม ๆ จากแอป “เป๋าตังค์”  

มิติหุ้น-KTB โดยบล.ฟิลลิป คาด Q2/65 มีกำไรสุทธิ 8.9 พันลบ.  โตแรง 48.8% YoY  ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกปีนี้ คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ  1.7 หมื่นลบ. โต 53% YoY เติบโตโดดเด่น แม้ว่าสินเชื่อจะทรงตัว รายได้ดอกเบี้ยลดลง แต่การตั้งสำรองลดลงตั้งแต่Q1 จะส่งผลให้กำไรเพิ่มขึ้น และรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น

สำหรับปี 65 นี้คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 3.39 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 57.3% และคาดว่าจะจ่ายปันผล 0.66 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนการจ่ายเงินปันผลที่ 4.3%

ข้อสำคัญเป็นธนาคารที่ได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ รวมถึงประโยชน์จากแอป “เป๋าตังค์” แนะนำทยอยซื้อ คงราคาพื้นฐานที่ 16 บาท

@mitihoonwealth

https://lin.ee/cXAf0Dp

 

@mitihoonwealth

https://lin.ee/cXAf0Dp

LH  กำไรรายไตรมาสปี 65 จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

มิติหุ้น- LH บล.กสิกรไทย คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วย TP ปี 2565 ที่ 10.3 บาท สำหรับ LH การลดลงของราคาหุ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ เป็นจุดซื้อกลับที่ดีขึ้นและคาดจะสร้างผลตอบแทนแก่นักลงทุน

ยอดขายเดือนพ.ค. ปรับตัวดีขึ้นมากกว่า 20% MoM ส่งผลให้ยอดขายและกำไรไตรมาส 2/2565 อยู่ในแนวทางที่จะเติบโตขึ้นทั้ง YoY และ QoQ

โครงการใหม่จำนวนมาก การโอนคอนโดและส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจะทำให้กำไรรายไตรมาสปี 2565 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การขายสินทรัพย์จะสร้างกำไรส่วนเพิ่ม

ฝ่ายวิจัยประเมินอีกว่า LH ในมุมมองของเรา ในฐานะนักพัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่และมีอุปสงค์ที่แข็งแกร่งสำหรับโครงการส่วนใหญ่ LH จะสามารถเพิ่มการเติบโตของยอดขายบ้านและรายได้ รวมถึงคงอัตรากำไรให้อยู่ในระดับปกติ แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น (วัสดุก่อสร้างและค่าจ้างแรงงาน) นอกจากนี้ การฟื้นตัวของการลงทุนจะเพิ่มแนวโน้มเชิงบวกให้กับผลการดำเนินงานและกำไรของบริษัทฯ

@mitihoonwealth

https://lin.ee/cXAf0Dp

 

ข่าวใหม่ อัพเดทล่าสุด

HOT NEWS