วันพุธ 7 ธันวาคม 2022
หน้าแรก บล็อก

สิ้นลายไอบีมือเก๋า 

มิติหุ้น-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในปี 65 นี้ มีหุ้นขนาดใหญ่เข้าระดมทุนเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 2 บริษัท คือ TLI และ BTG มาร์เก็ตแคป 1.8 แสนลบ. และ 7.7 หมื่นลบ. ตามลำดับ  โดยมี บล.เกียรตินาคินภัทร ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

หุ้นทั้ง 2 ตัว มาตามสูตร เดินตามรอยกันเป๊ะๆ แบบไม่ได้นัดหมาย หุ้นไซด์ใหญ่ ราคาต่ำจอง และจัดสรรหุ้นส่วนเกินไว้ เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาหุ้นในตลาดรอง ประกาศสวยหรูว่ามีไว้เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาหุ้นในตลาดรอง แต่พอเอาเข้าจริงไม่เคยใช้ มีไว้เป็นพร็อพ

เกิดอะไรขึ้นกับ “เกียรตินาคินภัทร” กันแน่ ร่างเดิมคือ บล.ภัทร แต่แม่ทัพขับเคลื่อนฝ่ายไอบี ไม่ได้เปลี่ยนโฉม “อนุวัฒน์ ร่วมสุข” กรรมการผู้จัดการ ประธานสายตลาดทุน บล.เกียรตินาคินภัทร  ลูกหม้อดั้งเดิมของ บล.ภัทร  โบรกฯที่รับงานไอบีเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่เท่านั้น ไม่ใหญ่จริง ไม่มีสิทธิใช้บริการ

ผลงานในอดีตไม่อาจสามารถการันตีผลงานในอนาคตได้ หลังจากเจอภาวะ “หุ้นต่ำจอง” 2 ตัว ซ้อน  TLI  อาจด้วยจังหวะภาวะตลาดหุ้นไม่เอื้อ แต่เกิดกับ BTG อีกครั้ง ท่ามกลางดัชนีหุ้นพุ่งยืนเหนือระดับ 1600 จุด  ทำให้เกิดคำถามว่า ความผิดพลาด มันเกิดขึ้นจากจุดไหน ไม่ว่าจะเป็น สัดส่วนการกระจายหุ้น การกำหนดราคาเสนอขาย หรือแม้แต่การสื่อสารกับผู้ลงทุน

สงสารนักลงทุนที่จองซื้อหุ้น เพราะพบว่าซื้อในกระดานได้ราคาถูกกว่า  ขณะเดียวกันสงสารเจ้าของหุ้น แม้ว่าจะได้เงินระดมทุนไปเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ถูกตราหน้าว่า เป็นหุ้นต่ำจอง การจะฟื้นความเชื่อมั่นให้กลับมา เรียกได้ว่า ยากเย็นแสนเข็น  ดูได้จากTLI  กำไรไม่ได้ขี้เหร่ ยิ่งท่ามกลางดอกเบี้ยขาขึ้น ได้ประโยชน์เต็ม ๆ แต่จนบัดนี้ราคายังไม่พ้นหลุมดำ

หรือแม้แต่ SET  เองไม่สามารถอวดเต็มปากเต็มคำว่าปีนี้ประสบความสำเร็จ ผลักดันหุ้นขนาดใหญ่เข้าระดมทุนในตลาดหุ้นได้สำเร็จ คงทำได้เพียงอ้อม ๆ แอ้ม ๆ นับรวมไปในผลงานปีนี้แค่นั้นเอง

@mitihoonwealth

https://lin.ee/cXAf0Dp

โบรกส่องหุ้นอสังหา ใครโตแรงต่อเนื่องสุด?

ผ่านไปแล้วผลประกอบการไตรมาส 2/65 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยและสร้างกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.48 แสนลบ.และสูงกว่า Bloomberg Consensus คาดจนทำให้ต้องปรับเพิ่มประมาณการณ์ทั้งปี 65 อาทิ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ปรับคาดการณ์กำไรทั้งปี 65 เป็น 1.13 แสนลบ. เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 1.04 ล้านล้านบาท หนุนให้ EPS ปี 65 ปรับขึ้นจาก 88.90 บ./หุ้น เป็น 94.30 บ./หุ้น

ดังนั้นช่วงครึ่งหลังปี 65 จะมีหุ้นกลุ่มไหนที่สร้างผลงานเติบโตต่อเนือง ด้าน บล.กสริกรไทย ขอหยิบหยกกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่แจ่มๆจาก ผู้พัฒนาอสหัง 12 รายภายใต้การวิเคราะห์ของฝ่ายวิจัย หลังประกาศกำไร Q2/65 ที่ 1.02 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 24.6% YoY และ 27.1% QoQ คงมุมมอง “เชิงบวก” แนวโน้มยอดขายและกำไรในครึ่งปีหลังจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง งบดุลยังอยู่ภายใต้การควบคุมที่ดีเลือก AP ORI และ SPALI เป็นหุ้นเด่น

 

-AP กำไร Q2/65 ยอดเยี่ยม รายได้ GPM แข็งแกร่ง

AP รายงานกำไร Q2/65 ที่ 1.57 พันลบ. เพิ่มขึ้น 41.2% YoY และลดลง 9.0% เป็นไปตามคาดการณ์และเป็นกำไรประจำไตรมาสสูงสุดอันดับสองของ AP โดย AP ยังคงวางแผนที่จะเปิดโครงการใหม่จำนวนมากถึง 40 โครงการ มูลค่ารวม 5.36 หมื่นลบ.ในครึ่งปีหลัง

ฝ่ายวิจัยชอบ AP ในด้านความสำเร็จที่พิสูจน์แล้วของโครงการใหม่ที่ไม่เพียงแต่จะผลักดันรายได้ให้ขยายตัว แต่ยังช่วยรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับปกติ แม้จะถูกกดดันด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น คาดกำไรสุทธิ 65 ที่ 5,579 ลบ. เคาะเป้า 12.90 บ. แนะ “ซื้อ”

-ORI ได้รับแรงหนุนจากกลยุทธ์ที่เหมาะสม

แนวโน้มธุรกิจที่อยู่อาศัยยังคงแข็งแกร่ง จากการเปิดประเทศอีกครั้งและกลยุทธ์การขายและผลิตภัณฑ์แบบไม่หยุดนิ่ง คาดเห็นผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในครึ่งปีหลัง

พร้อมตั้งเป้า IPO สำหรับบริษัทย่อย ได้แก่ พรีโม และ วัน ออริจิ้น ใน Q4/65 และ Q3/66 ขณะที่เป้าหมายทางธุรกิจที่ท้าทายยิ่งขึ้นจะเห็นได้ในปี 2566

เป้าหมายทางธุรกิจเชิงรุกมากขึ้นในปี 2566 จะเกิดขึ้นหากบริษัทฯ สามารถบรรลุเป้าปี 2565 ทั้งหมดได้ ทำให้จะมี upside เพิ่มขึ้นจากประมาณการของ คาดกำไรสุทธิ 65 ที่ 3,892 ลบ. เคาะเป้า 13.20 บ. แนะ “ซื้อ”

 

SPALI คาดผลประกอบการ ดีขึ้นในครึ่งปีหลัง

SPALI รายงานกำไร Q2/65 ที่ 2.07 พันลบ. เพิ่มขึ้น 19.9% YoY และ 76.2% QoQ โครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในครึ่งปีหลังมูลค่า 1.93 หมื่นลบ. (รวมถึงโครงการแนวราบใหม่ 20 โครงการมูลค่า 1.87 หมื่นลบ.) จะเพิ่มโอกาสการเติบโตของรายได้ในครึ่งปีหลัง

เห็นความเสี่ยงขาขึ้นสำหรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 ของเราในกรณีที่โครงการแนวราบใหม่ส่วนใหญ่ที่จะเปิดตัวในครึ่งปีหลังได้รับการตอบรับที่ดีเหมือนที่เราเห็นในครึ่งปีแรก คาดกำไรสุทธิ 65 ที่ 7,348 ลบ. เคาะเป้า 25.25 บ. แนะ “ซื้อ”

@mitihoonwealth
https://lin.ee/cXAf0Dp

SELIC เดินหน้าลุยธุรกิจ Healthcare ขยายสัดส่วนเพิ่มเป็น 20 % ในปี 66 ดันรายได้ทำนิวไฮ แตะ 2 พันลบ.

มิติหุ้น – นางสาวยุวดี เอี่ยมสนธิทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีลิค คอร์พ หรือ SELIC เปิดเผยว่า ในปี 66 บริษัทตั้งเป้ารายได้มีโอกาสจะทำสถิติสูงสุด(นิวไฮ) คาดแตะระดับ 2 พันลบ. โดยจะมาจากธุรกิจกาวอุตสาหกรรม คาดว่าจะมีรายได้ราว 1 พันลบ. ยังคงเน้นการเติบโต การเข้าถึงในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย อาทิกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค สื่อสิ่งพิมพ์ รองเท้า

ขณะที่ธุรกิจสติ๊กเกอร์มีแผนที่จะลงทุนในเครื่องจักรใหม่เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้มากขึ้น คาดว่าจะมีรายได้ราว 700 ลบ.

รวมถึงธุรกิจ Healthcare ซึ่งได้เข้าลงทุนในปี 65 คาดว่าในส่วนของนีโอพลาสและนีโอบัน รวมถึงผลิตภัณฑ์น้ำมันมวย จะเริ่มดำเนินการได้ในช่วง Q1/66 เร็วกว่ากำหนดเดิม ที่คาดว่าจะเริ่มใน Q2/66 โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 300-400 ลบ. ส่งผลให้ส่วนสัดส่วนรายได้ เพิ่มขึ้นเป็น 20% จากปี 65 ที่มีสัดส่วนเพียง 4%

 

@mitihoonwealth
https://lin.ee/cXAf0

ริช สปอร์ต ส่งแคมเปญรักษ์โลกเอาใจสายสปอร์ตรักธรรมชาติ ทั้งแบรนด์ “ฮาวายานัส” และ “บาเรล” ตอกย้ำพันธกิจในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตั้งเป้ายอดขายปี 2566 เติบโต 15% เตรียมขยายสาขาและช่องทางออนไลน์

มิติหุ้น  –  คุณอภิวิชญ์ ชิระทานิ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดแคมเปญนี้ว่า ทางริช สปอร์ต เล็งเห็นถึงความสำคัญของ Sustainability และยิ่งไปกว่านั้นทั้งแบรนด์ฮาวายานัส และบาเรล ต่างพร้อมใจกันส่งแคมเปญ Sustainability ออกมาในรูปแบบ DNA ของแบรนด์เอง เพื่อตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ในการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม

โดยฮาวายานัส แบรนด์รองเท้าแตะสัญชาติบราซิล ตระหนักถึงปัญหาขยะชายหาดที่สามารถส่งผลกระทบไปถึงธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตทะเลในระยะยาว ซึ่งปัญหาต่างๆ ที่เราเคยได้ยินมาไม่ว่าจะเป็น เต่าที่ต้องเสียชีวิตเนื่องจากมีพลาสติกอยู่ในท้อง หรือสัตว์เล็กๆ ในทะเลที่กินพลาสติกเข้าไป ฯลฯ จากการสำรวจพบว่ารองเท้าแตะเก่าหรือขาดแล้ว มักถูกทิ้งไว้ตามชายหาด ทำให้เกิดแนวคิดในการจัดแคมเปญ Havaianas Recycle ชวนผู้ที่สนใจทำกิจกรรมตอบแทนสังคม ในการนำรองเท้าแตะเก่ามาบริจาค

ในขณะเดียวกันก็จัดกิจกรรม Beach Clean up ร่วมกับ “แทรชฮีโร่ ระยอง” (Trash Hero Rayong) กลุ่มนักคิดพิชิตขยะ อนุรักษ์ธรรมชาติ ณ Rayong Dive Center จังหวัดระยอง โดยมี “โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” แบรนด์แอมบาสเดอร์ของฮาวายานัส ร่วมกิจกรรมเก็บขยะริมชายหาดในแคมเปญ หวังให้เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ให้ทุกคนช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และต่อยอดในการนำรองเท้าที่รับบริจาคและขยะที่เก็บจากชายหาดไป Upcycle โดยความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อแปลงให้เป็นพื้นสนามเด็กเล่น มอบให้กับโรงเรียนที่ยังขาดแคลนเพื่อให้เด็กๆ ได้มีพื้นสนามเด็กเล่นที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

          ส่วนแบรนด์บาเรล ซึ่งริช สปอร์ต เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยและกัมพูชาแต่เพียงผู้เดียว เป็นแบรนด์เครื่องแต่งกายกีฬาอันดับ 1 จากประเทศเกาหลีใต้ ที่มีความโดดเด่นด้วยดีไซน์ และฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์หนุ่มสาวสายสปอร์ตที่หลงใหลในกีฬาทางน้ำ ก็ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและปัญหาจากขยะเช่นกัน จึงหยิบยกเรื่องใกล้ตัวโดยนำวัสดุรีไซเคิลมาถักทอเป็นเส้นใย ด้วยนวัตกรรมรีไซเคิลรูปแบบใหม่ที่ช่วยให้ “Sustainability Collection” มีราคาไม่แตกต่างจากรุ่นทั่วๆ ไป ให้เป็นทางเลือกกับลูกค้าที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและอยากเป็นหนึ่งแรงที่ช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนและดูแลโลกของเราในครั้งนี้

         และที่สำคัญสีสันใน Sustainability Collection จะเป็นสีพาสเทลละมุนตาที่ทางแบรนด์เองไม่เคยทำออกมา ถือเป็นครั้งแรกที่เอาใจทั้งลูกค้าสายรักธรรมชาติและสายแฟชั่นที่ชอบความสดใส โดยยังคงจุดเด่นของแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน ทั้งนวัตกรรมเนื้อผ้าแห้งเร็ว ลดปัญหาความอับชื่น ป้องกันรังสียูวี UPF50+ และยืดหยุ่นได้ 4 ทิศทาง

            ทั้งนี้ ริช สปอร์ต ตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายของบริษัทในปี 2566 ไว้ที่ 15% และมุ่งเน้นการเจริญเติบโตจากการเพิ่มยอดขายจากสาขา และการขยายการขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยวางแผนในการขยายสาขา ทั้งในส่วนของฮาวายานัสและบาเรล เพื่อทำให้เกิด Customer Experience อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบาเรลซึ่งเป็นแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับกีฬาทางน้ำกำลังมีแพลนที่จะขยายไปในโซนภาคใต้ เพื่อนำพาแบรนด์ให้ใกล้ชิดกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ประกอบกับในปี 2565 กิจกรรมทางน้ำได้รับความนิยมสูง จึงเล็งเห็นโอกาสที่ควรจะมี  สโตร์ในพื้นที่ดังกล่าว

            โดยในปีหน้าจะมีแคมเปญส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Havaianas Recycle และส่วนของ New Collection อย่าง Sakura 2023 ที่เคยฮอตฮิตมากๆ ในปี 2022 ซึ่งจะมาแบบสวยสะดุดตากว่าเดิม และอีกหลายคอลเลคชันที่เป็นการ Collaboration กับแบรนด์หรือศิลปินดัง เอาใจสายสะสมกันสุดๆ ส่วนทางบาเรลจะมีการเปิดตัว Friend Of Brand เพื่อนำเสนอแบรนด์ผ่านไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน ตอบโจทย์ของแบรนด์ที่รองรับ Indoor-Outdoor Activity ทุกรูปแบบ ด้วยคุณสมบัติเด่นของสินค้า ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมเนื้อผ้าแห้งเร็ว ป้องกันรังสียูวี UPF50+ และยืดหยุ่นได้ 4 ทิศทาง เพื่อรองรับลูกค้าสาย Activity ตัวจริง

สำหรับ Sustainability Collection ซึ่งเป็นที่สุดแห่งปี 2022 มีจำหน่ายแล้วที่ Barrel Flagship Store @ Central East Ville, Barrel Flagship Store @Terminal 21 at Rama 3, และเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น CentralWorld, Central Chidlom, Paragon, Emporium, Icon Siam, Central Pattaya, Central Phuket หรือสามารถช้อปออนไลน์ได้ที่ Lazada: Barrel

    ส่วนหนุ่มสาวสายสปอร์ตที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตกลางแจ้งและรักกีฬาทางน้ำ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของแบรนด์และข่าวสารได้ทาง www.Havaianas.co.th และ Facebook Barrel Official Thailand หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Line OA : @havaianasofficial และ Line OA : @barrelthailand

@mitihoonwealth
https://lin.ee/cXAf0Dp

ITC พร้อมเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์

มิติหุ้น – บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC พร้อมแล้วที่จะเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวันแรกในศุกร์ที่ 9 ธันวาคมนี้ ในราคาเสนอขายสุดท้ายที่ 32 บาท ซึ่งเป็นราคาสูงสุด ของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น 30-32 บาท คิดเป็นมูลค่าเสนอขายรวมไม่เกิน 21,120 ล้านบาทนับว่าเป็นหุ้นมูลค่าสูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มของตลาดหุ้นไทย

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

 

@mitihoonwealth
https://lin.ee/cXAf0

เจาะลึกแคมเปญ “เพลงรักจากพลังงานสะอาด” ของบ้านปู กับ “โซลูชันพลังงาน” ที่สร้างประสบการณ์ด้านแบรนด์ผ่านเพลงและคอนเสิร์ต

มิติหุ้น  –  แม้ทุกวันนี้ ความยั่งยืน การรักษ์โลก รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมจะเป็นค่านิยมที่คนยุคปัจจุบันรับเข้าไปในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่องค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง เช่น พลังงานสะอาด ยังเป็นสิ่งที่คนทั่วไปรู้สึกไกลตัวและจับต้องได้ยาก ด้วยเหตุนี้ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ จึงมุ่งหวังให้พลังงานของบ้านปูสามารถเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ และสร้างประสบการณ์ด้านแบรนด์ (Brand Experience) ที่ดีร่วมกันได้ จนเกิดเป็นแคมเปญ “เพลงรักจากพลังงานสะอาด” ที่มี “ความรัก” และ “เสียงเพลง” เป็นเครื่องมือสื่อสาร และมีพระเอกขี่ม้าขาวที่ทำให้แคมเปญนี้เป็นจริงขึ้นมาได้ นั่นก็คือ “โซลูชันพลังงานสะอาด” (Energy Solutionsของบ้านปู ที่เป็นตัวเอกอยู่ในทุกองค์ประกอบของแคมเปญ ตั้งแต่การสร้างสรรค์เพลง ถ่ายทำมิวสิกวิดีโอ จนถึงการจัดมินิคอนเสิร์ตใจกลางสยามสแควร์

แล้ว “ความรัก” “เสียงเพลง และ “พลังงาน” เชื่อมโยงกันอย่างไร??  

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงกลยุทธ์เบื้องหลังแคมเปญนี้ว่า “เพราะคนรุ่นใหม่คือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม ประเทศ และโลกทั้งใบ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบัน กลุ่มคนเหล่านี้ให้ความสนใจเรื่องความยั่งยืน ภาวะโลกร้อน ฯลฯ มากขึ้น และในฐานะองค์กรด้านพลังงานระดับนานาชาติที่ขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ในการส่งมอบพลังงานที่ดีเพื่ออนาคต เราจึงอยากส่งเสริมให้ผู้คนเชื่อว่า “พลังงาน สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้เสมอ” จึงร่วมมือกับยูนิเวอร์ซัล มิวสิค (ประเทศไทย) และศิลปินคนรุ่นใหม่ วี วิโอเลต วอเทียร์ ในการสร้างสรรค์เพลงที่นำเสนอตัวตนรวมถึงแนวคิดที่บ้านปูอยากจะบอกกับทุกคนว่า พลังงานของบ้านปูสามารถช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้นได้ ผ่านเสียงดนตรีและเนื้อเพลงที่ลึกซึ้ง อย่างเพลง “เป็นเธอ (Brighter Sky)”  ซึ่งเขียนผ่านปลายปากกาของนักแต่งเพลงมากฝีมือ “แอ้มอัจฉริยา ดุลยไพบูลย์”  

 เนื้อเพลง “เป็นเธอ” สามารถตีความตามจินตนาการของผู้ฟังได้ สำหรับบ้านปู เพลงนี้เปรียบความรักเป็นเหมือนพลังงานที่เป็นเรื่องใกล้ตัว เช่นเดียวกับพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงานสะอาดของบ้านปูที่เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคนี้แล้ว และความรักหรือพลังงานนี้เองที่จะช่วยสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เปลี่ยนโลกนี้ให้ดีขึ้นได้ ตามเนื้อเพลงที่ว่า

“จากนาทีที่ได้เจอ ก็เป็นเธอที่เปลี่ยนฉันไป

อยู่ใกล้เธอ ก็เหมือนเจอส่วนที่ขาดหาย

เคยได้ยินว่ารักจะเปลี่ยนโลกของเราได้ทั้งใบ

เพิ่งเข้าใจ… โลกหมุนด้วยรักคือเรื่องจริง” 

ทุกกระบวนการสร้างสรรค์ เกิดจากโซลูชันพลังงานของบ้านปู  “ทุกขั้นตอนภายใต้แคมเปญนี้ ไม่ว่าจะเป็นการอัดเพลง ถ่ายทำมิวสิกวิดีโอ รวมถึงมินิคอนเสิร์ตกลางแจ้ง ต่างก็ใช้พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีพลังงานของบ้านปู ซึ่งอยู่ในรูปแบบของโซลูชันพลังงานที่ทำหน้าที่กักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์และนำมาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า เพราะเราต้องการให้ทุกคนเชื่อว่าพลังงานสามารถนำมาสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ เพื่อโลกที่ดีกว่าได้จริง ๆ” นางสมฤดี กล่าวเสริม

ซึ่งโซลูชันพลังงานของบ้านปูที่ใช้ในแคมเปญ ประกอบด้วย 

  • ระบบผลิตและกักเก็บไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่สามารถเคลื่อนย้ายไปใช้งานได้ทุกพื้นที่ นำมาใช้ในการผลิตเพลง การถ่ายทำมิวสิกวิดีโอ และงานมินิคอนเสิร์ตกลางแจ้ง
  • เครื่องกักเก็บพลังงาน (Energy Box) ที่มาพร้อมความจุแบตเตอรี่ถึง 1 MWh ซึ่งเป็นความจุขนาดที่สามารถจ่ายไฟฟ้าให้บ้านหนึ่งหลังได้เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน นำมาใช้ในงานมินิคอนเสิร์ตกลางแจ้ง

นับว่าเป็นครั้งแรก ๆ ของประเทศไทยที่มีการผลิตเพลง ถ่ายทำมิวสิกวิดีโอ และจัดคอนเสิร์ตโดยใช้พลังงานสะอาดในทุกขั้นตอน เสียงตอบรับดีจากการสร้างประสบการณ์ด้านแบรนด์  20 ตุลาคม 2565 คือวันแรกที่เพลง “เป็นเธอ (Brighter Sky)” จากวี วิโอเลต วอเทียร์ ศิลปินขวัญใจคนรุ่นใหม่ ถูกปล่อยบนชาแนลยูทูป “Banpu” นับตั้งแต่วันนั้น เพลงเป็นเธอก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ฟังหลากหลายกลุ่ม ด้วยดนตรีแนวอิเล็กโทรป็อบ และเมโลดี้ที่ให้ความรู้สึกเชิงบวก รวมถึงเนื้อเพลงที่ถ่ายทอดความเป็นบ้านปูได้อย่างแยบยล โดยไม่ได้เอ่ยคำว่าพลังงานสะอาดหรือรักษ์

โลกออกมาด้วยซ้ำ นอกจากนั้น มิวสิกวิดีโอซึ่งมีวี วิโอเลต โลดแล่นแจกความน่ารักสดใสก็ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก โดยมียอดผู้เข้าชมทั้งบนเฟซบุ๊กและยูทูปของบ้านปูมากกกว่า 3 ล้านวิว ในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน และท้ายที่สุด การจัดมินิคอนเสิร์ตใจกลางสยามสแควร์ ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดจากโซลูชันพลังงานของบ้านปู ยังได้สร้างประสบการณ์ร่วมที่ทุกคนสามารถเชื่อมโยงกับบ้านปูได้จริง และได้สัมผัสถึงความตั้งใจของบ้านปูที่อยากแสดงให้เห็นว่าพลังงานก็เหมือนความรักที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา   “หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแคมเปญเพลงรักจากพลังงานสะอาดจะสามารถสร้างความรู้สึกที่ดีต่อบ้านปู ที่มุ่งสร้างพลังงานที่ดีขึ้นเพื่ออนาคต (Smarter Energy for the Future) และอยากให้ผู้คนรู้สึกและสัมผัสได้ว่าพลังงานที่ดีอยู่รอบตัวเรา และช่วยขับเคลื่อนโลกใบนี้ให้ดีขึ้นได้จริง ๆ” นางสมฤดี กล่าวสรุป

@mitihoonwealth
https://lin.ee/cXAf0Dp

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ TARAD.COM ผนึกกำลังจับมือ นายอนิวรรต ศรีรุ่งธรรม AURORA ร่วมลงทุนใน duck group เพื่อเร่งขยายธุรกิจเครื่องอัตโนมัติ (Retail Automation)

มิติหุ้น  –  นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ บริษัท ตลาด ดอท คอม กรุ๊ป จำกัด จับมือ นายอนิวรรต ศรีรุ่งธรรม  บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมลงทุนในบริษัท ดั๊ก กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด เดินหน้าเพิ่มศักยภาพในการขยายตลาดและการบริการ รวมถึงการให้การสนับสนุนด้านอื่นๆ เพื่อเร่งการเติบโต

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท ตลาด ดอท คอม กรุ๊ป จำกัด (TARAD.COMกล่าวว่า การลงทุนใน duck group ที่เป็นผู้นำด้าน Retail Automation และ Vending Machine เป็นช่องทางการขายรูปแบบใหม่ ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ 24 ชั่วโมง ผ่านเครื่องขายสินค้าอัตโนมัติ ซึ่งถือเป็นการต่อจิ๊กซอว์ทางธุรกิจที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในกลุ่มผมให้สามารถทำ O2O (Online to Offline) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับ duck group เช่นกัน

ด้านนายอนิวรรต ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า duck group มีสินค้าที่น่าสนใจ เช่น เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ร้านสะดวกซัก ซึ่งล้วนเป็นสินค้าแบบ อัตโนมัติทั้งสิ้น ไม่ต้องใช้คนดูแลตลอดเวลา ต้นทุนรวมต่อพื้นที่นั้นไม่สูง เหมาะกับผู้ที่อยากมีธุรกิจโดย ไม่ต้องเสียเวลาดูแล อีกทั้งยังสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่เหล่านั้นได้อีกด้วย เป็นทางเลือกในการลงทุนที่คุ้มค่ากว่า  แนวโน้มตลาดการให้บริการแบบอัตโนมัติของโลกที่กำลังมา ทำให้ duck group มีโอกาสเติบโตอีกไกล

โดยการร่วมลงทุนครั้งนี้ มีนายพิชชา เชษฐฤทธิรงค์ CO-Founder, นายกิตติศักดิ์ รักธรรม CO-Founder และ นายณรงค์ฤทธิ์ จารุเกษม CO-Founder  เป็นตัวแทนของบริษัท ดั๊ก กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น จำกัด (duck group) ร่วมลงนามการลงทุน

ทั้งนี้ duck group เป็นผู้ให้บริการ Retail Automation ค้าปลีกยุคใหม่แบบอัตโนมัติ ภายใต้แนวคิด Simple and Automate ในการเปลี่ยนไปสู่ “ค้าปลีกยุคใหม่แบบอัตโนมัติ” เพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและอัตโนมัติในทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน ครอบคลุมพื้นที่ ออฟฟิศ ที่อยู่อาศัย โรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือแม้กระทั่งโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยสินค้าและบริการที่หลากหลาย เช่น

 

  1. duck wash ร้านสะดวกซัก มาพร้อมสโลแกน ร้านสะดวกซักในแบบของคุณ ครบ จบ ในที่เดียว ชูกลยุทธ์ ให้ลูกค้าออกแบบร้านและสร้างแแบรนด์ของตัวเองได้ตามความต้องการและไม่ต้องเสียค่าแฟรนไชส์ พร้อมมาตรฐานการดูแลหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ปัจจุบันมี 270 สาขา
  2. duck vending เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ที่ชูจุดเด่น เรื่องเทคโนโลยีที่จะช่วยให้เจ้าของเครื่องสามารถบริหารได้อย่างสะดวกจากที่ไหนก็ได้ รวมถึงรองรับการชำระของผู้ใช้บริการที่หลากหลาย ทั้งเงินสด, QR พร้อมเพย์เครดิตการ์ด, Contactless Payment และยังให้อิสระกับลูกค้าออกแบบสีสันของตู้ได้ตามใจชอบ
  3. duck coin changer เครื่องแลกเหรียญอัตโนมัติ ด้วยความเป็นหนึ่งเรื่องคุณภาพและความหลากหลายของรุ่นเพื่อให้ลูกค้าเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมกับการใช้งาน duck coin changer ยังมีดีไซน์ที่สวย ทันสมัย เข้ากับธุรกิจของลูกค้าได้อย่างลงตัว และมีทีมดูแลหลังการขายครอบคลุมทั่วประเทศ
  4. duck pay ระบบชำระเงินที่ถูกออกแบบมาสำหรับเครื่องอัตโนมัติทุกรูปแบบ มีอินเตอร์เฟซเชื่อมต่อที่ไม่ยุ่งยาก พร้อมระบบหลังบ้านที่ใช้งานง่าย

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือสมัครเป็นตัวแทนติดต่อได้ที่ 02 821 6959 กด 1 หรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ duck group ที่ https://www.duckgroup.co/

@mitihoonwealth
https://lin.ee/cXAf0Dp

ข่าวใหม่ อัพเดทล่าสุด

HOT NEWS