สวัสดีปีใหม่ 2561 หุ้นไทยเริ่มต้นสดใส

10229

สำหรับนักลงทุนที่เก็บหุ้นกลุ่มหลักๆ มาตั้งแต่ปลายปีก่อน ตามที่เราแนะนำ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธนาคารพาณิชย์, กลุ่มค้าปลีก, กลุ่มสื่อ, กลุ่มนิคมฯ, กลุ่มรับเหมาฯ เราประเมินไว้ว่าหุ้นกลุ่มเหล่านี้จะเป็นหุ้นกลุ่มหลักที่จะ Outperform ตลาดฯได้ในปีนี้ เนื่องจาก i) เศรษฐกิจไทยปีนี้สดใสกว่าปีก่อน KGI คาด GDP ปี 2561 จะแตะ 4.8% (ปี 2560 คาดไว้ที่ 4.0%) ii) โครงการ EEC ที่รอมานาน คาดร่างกฏหมายจะเริ่มมีผลใช้ภายใน 1H61 iii) ยอดสะสมของนักลงทุนต่างชาติปีก่อน ติดลบอยู่ราว 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แสดงว่าต่างชาติมีหุ้นไทยในมือน้อยมาก = โอกาสที่ต่างชาติจะขายมีน้อย แต่โอกาสที่จะซื้อสูง ถ้าเศรษฐกิจไทยโตได้ตามที่เราคาด นอกจากนี้หุ้นขนาดกลาง – เล็กที่ Underperform ตลาดฯปีก่อน เพราะนักลงทุนในประเทศต่างขายหุ้นกลาง-เล็ก เข้าไปแห่ซื้อหุ้นใหญ่ตามกองทุนกัน มีโอกาสที่จะกลับมา Outperform เช่นกัน เพราะหุ้นใหญ่ Upside เริ่มลดลง โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน อย่าง โรงกลั่นฯ และโรงไฟฟ้า

EPS ของ SET index ปี 2561 Consensus คาดไว้ที่ 111.2 บาท/หุ้น เติบโต +11% YoY และคิดเป็น PE 15.8 เท่า โดยหากคิดในอีกมุมหนึ่งคือ คำนวณส่วนกลับของ PE จะได้เป็น E/P หรือ Earnings yield จะได้ว่า Earnings yield ตลาดหุ้นไทยสูงถึง 6.3% เทียบกับ พันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 5 – 10 ปีที่ 1.85 – 2.54% ประเมินเป้าดัชนี SET index สำหรับ 1Q61 ไว้ที่ 1,800 จุด

เราแนะนำการจัดพอร์ตหุ้นปีนี้ ควรผสมผสาน หุ้นใหญ่ และ หุ้นกลาง – เล็ก ไม่ควรมุ่งเน้นหุ้นใหญ่เพียงอย่างเดียวเหมือนปีก่อน เนื่องจากเราประเมินหุ้นใหญ่หลายตัว Upside เริ่มเหลือน้อยแล้ว อาจทำให้กองทุน ต้องหันมาเพิ่มน้ำหนักหุ้นกลาง – เล็ก ที่มีในพอร์ตเพิ่มขึ้น

1.หุ้นใหญ่ เน้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, BBL / กลุ่มค้าปลีก CPALL

  • กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, BBL ประเด็นการลงทุนคือ เศรษฐกิจเติบโต (สินเชื่อโต, NPL ลด), ดอกเบี้ยขาขึ้น, Valuation ถูก PBV ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต (ถ้า PBV กลับสู่ค่าเฉลี่ยฯ คาด Upside +20%)
  • กลุ่มค้าปลีก CPALL ประเด็นการลงทุนหลักคือ เศรษฐกิจเติบโต การบริโภคในประเทศฟื้น และอัตราเงินเฟ้อค่อยๆขยับตัวขึ้นเป็น 1.0% (จากปี 2560 เงินเฟ้อ 0.68%) เป็นบวกต่อ Same store sales growth ของหุ้นอย่าง CPALL

2.หุ้นกลาง เน้นกลุ่มสื่อ MONO / กลุ่มนิคมฯ AMATA, WHA / กลุ่มค้าปลีก COM7

  • กลุ่มสื่อ MONO ประเด็นการลงทุนคือ อุตสาหกรรมทีวีดิจิตอล พ้นจุดต่ำสุด ขณะที่เรตติ้งของ MONO ขยับดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้อยู่อันดับที่ 4
  • กลุ่มนิคมฯ AMATA, WHA ประเด็นการลงทุนคือ โครงการ EEC
  • กลุ่มค้าปลีก COM7 ประเด็นการลงทุนคือ เทรนด์ยุคดิจิตอล ที่ความต้องการอุปกรณ์ไอทีขยายตัว ไปทั่วประเทศ รวมทั้งการขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ ไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด และการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์

3.หุ้นเล็ก เราเลือกหุ้นที่มีสตอรี่ และแนวโน้มกำไรโตมากกว่าตลาดฯ ได้แก่ หุ้นมีสตอรี่เด่น Turnaround SPPT, SIMAT / หุ้นเล็กกำไรดี ราคาไม่แพงเกินไป ECL

  • หุ้นสตอรี่ Turnaround SPPT, SIMAT ประเด็นการลงทุนคือ เราประเมินปี 2561 จะเริ่มต้นการ Turnaround โดย SPPT ได้ทำการตัดธุรกิจที่ผลตอบแทนต่ำ ไม่คุ้มค่าการลงทุนอย่าง ที่ดินโรงงานให้เช่า และธุรกิจพลังงานทดแทนที่ขาดทุน ออกไป และทำการซื้อธุรกิจที่แนวโน้มกำไรดีเข้ามา อย่างธุรกิจงานด้าน ไอที / สำหรับ SIMAT เราประเมินธุรกิจอินเตอร์เนตบรอดแบรนด์เริ่มเข้าสู่จุด Break-even ตั้งแต่ 4Q60 กระแสเงินสดเริ่มเป็นบวก ไม่เป็นตัวถ่วงธุรกิจที่กำไรดีตัวอื่น คาดผลการดำเนินงานเริ่ม Turnaround ปี 2561 เช่นกัน
  • หุ้นเล็กกำไรดี ราคาไม่แพง ECL ประเด็นการลงทุนคือ เราประเมินแนวโน้มกำไรจะค่อยขยายตัวขึ้นเป็น Snowball effect จากการสะสมยอดสินเชื่อใหม่ต่อเนื่อง โดยเราประเมินกำไรปีนี้จะโต +45% YoY ขณะที่มี Upside จากการเตรียมออกหุ้นกู้เพื่อล๊อกต้นทุนดอกเบี้ยที่กำลังจะเป็นขาขึ้นใน 3Q61 PE ปี 2561 อยู่ที่ระดับ 20 เท่า ไม่แพงเมื่อเทียบกลุ่มลีสซิ่งที่ PE สูงถึง +30 เท่า และเมื่อเทียบอัตราการเติบโตของกำไรที่ +45% YoY

สุโชติ ถิรวรรณรัตน์

ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เคจีไอ(ประเทศไทย)