หุ้นใหญ่มาเร็วและแรง เตรียมเปลี่ยนตัวเล่นไปหุ้นไม้สอง

261

สำหรับนักลงทุนที่เก็บหุ้นกลุ่มหลักๆ มาตั้งแต่ปลายปีก่อน ตามที่เราแนะนำ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธนาคารพาณิชย์, กลุ่มค้าปลีก, กลุ่มสื่อ, กลุ่มนิคมฯ, กลุ่มรับเหมาฯ ซึ่งปรับขึ้นแรงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีตามคาด คาดเป็นผลจากเม็ดเงินกองทุนที่มุ่งเน้นเก็บหุ้นหลักตัวใหญ่เพื่อเกาะผลตอบแทนกับดัชนีฯ ซึ่งล่าสุด SET index สัปดาห์แรกของปีปิดที่ระดับ 1,795 จุด ส่งผลให้ PE 2561 = 16.3 เท่า และ Earnings yield gap เทียบพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ลดลงเหลือ 4.3% ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 4% ทำให้ Upside ดัชนีเริ่มจำกัดในระยะสั้น ดังนั้นเราประเมินมีโอกาสที่นักลงทุนสถาบันจะเริ่มมุ่งเน้นมาที่หุ้นขนาดกลาง-ขนาดเล็กที่แนวโน้มผลการดำเนินงานสดใส + ราคาไม่แพง เพื่อมุ่งเน้นการเอาชนะตลาดฯ หลังจากที่เก็บหุ้นตามดัชนีแล้ว ประเมิน SET index จะเริ่มชะลอความร้อนแรงลง โดยประเมินแนวรับ 1,780 จุด และ 1,760 จุด ตามลำดับ / กรณีผ่านแนวต้านจิตวิทยา 1,800 จุดได้ประเมินแนวต้านถัดไป 1,815 จุด สำหรับกลยุทธ์การลงทุนสัปดาห์นี้

  • แนะนำ “Let profit run” หุ้นหลักอย่าง กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (KBANK, BBL) และ กลุ่มนิคมฯ (AMATA, WHA) สำหรับนักลงทุนที่มีหุ้น 2 กลุ่มนี้ที่เราแนะนำให้สะสมตั้งแต่ปลายปี 2560 เราแนะนำ “Let profit run” โดยประเมิน ร่างกฏหมายโครงการ EEC จะผ่าน และมีผลบังคับใช้ใน 1H61 ซึ่งจะเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นกลุ่มนิคมฯ ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์คาดจะได้ Sentiment บวกจากเศรษฐกิจไทยที่เติบโตในปีนี้ + แนวโน้มดอกเบี้ยที่จะเริ่มเป็นขาขึ้นใน 2H61
  • แนะนำ “สะสม” หุ้นไม้สอง + Small Cap ที่มีธีมการลงทุนเด่น
    1. ธีม การบริโภคในประเทศ (COM7) เราประเมินการบริโภคในประเทศยังเดินหน้าเติบโตต่อเนื่อง ในปีนี้ จาก i) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้น ii) การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ครั้งแรกในรอบ 3 ปี iii) ภาวะเงินเฟ้ออ่อนๆ ระดับ +1% ในปีนี้ สนับสนุนการบริโภคในประเทศ และสำหรับหุ้นเด่นที่เราเลือกอย่าง COM7 มีธีมการลงทุนเฉพาะตัวเรื่อง ดีมานด์สินค้า อุปกรณ์ไอทีที่ขยายตัวตามเทรนด์ใหญ่ของโลก รวมทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐฯ อาทิ โครงการ เนตประชารัฐฯ, โครงการสมาร์ทซิตี้ ฯลฯ
    2. ธีม Laggard (กลุ่มรับเหมาฯ อาทิ STEC, CK, UNIQ) เราประเมินหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ จะเริ่มฟื้นตัวเด่น หลังร่างกฏหมายโครงการ EEC ผ่าน เนื่องจากคาดจะมีการเปิดประมูลโครงการภาครัฐฯ และการลงทุนเอกชนตามมาใน 2H61 ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ Laggard ตลาดฯในช่วงปีที่ผ่านมา คาดจะทำให้กลับเป็นที่สนใจของนักลงทุนสถาบันในการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนอีกครั้ง
    3. ธีม Turnaround, M&A (SPPT, SIMAT) จากการ Company visit SPPT และ SIMAT เราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานของทั้ง 2 บริษัทจะ Turnaround ในปีนี้ โดย i) SPPT เริ่มการขายสินทรัพย์ที่ผลตอบแทนต่ำ และขาดทุน ออกไป ขณะเดียวกันเริ่มการซื้อกิจการที่มีกำไรเข้ามา (ซื้อหุ้น TERA ทำธุรกิจรับเหมาระบบไอที) และคาดจะทยอยซื้อกิจการอื่นๆ เร็วๆนี้เนื่องจากเงินสดที่มีเหลือ และไม่มีหนี้ระยะยาวเลยในงบการเงิน ii) SIMAT คาดผลการดำเนินงานธุรกิจอินเตอร์เนตเริ่มมีจำนวนผู้ใช้บริการถึงจุด Break-even แล้ว ใน 4Q60 (EBITDA เป็นบวกแล้ว) ไม่เป็นตัวถ่วงธุรกิจอื่นๆที่มีผลการดำเนินงานดีอยู่แล้ว อย่างธุรกิจ Label และธุรกิจ Software logistic เป็นต้น
  • แนะนำ “ขายทำกำไร” หุ้นโรงกลั่น (ESSO, TOP, SPRC) เราประเมินผลการดำเนินงานหุ้นกลุ่มโรงกลั่นจะถึงจุดสูงสุดของวัฏจักรรอบนี้ที่ 4Q60 (ค่าการกลั่นดี + กำไรสต๊อกน้ำมัน) โดยเราประเมินว่าผลการดำเนินงานกลุ่มโรงกลั่นจะเริ่มชะลอตัวลงใน 1Q61 เป็นต้น จากค่าการกลั่นที่เริ่มชะลอ + ราคาน้ำมันที่ Upside เริ่มจำกัด

สุโชติ ถิรวรรณรัตน์

ผู้จัดการฝ่าย บล.เคจีไอ(ประเทศไทย)