5 อันดับข่าวเด่นมิติหุ้นภาคบ่าย

251

อันดับที่ 1 AMATA คาดรายได้ปี 61 โต 10-20% เตรียมงบ 5 พันลบ.ขยายลงทุนไทย เวียดนาม เมียนมา

ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น” รายงานว่า บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (AMATA) คาดรายได้ปี 2561 จะเติบโตประมาณ10-20% เทียบกับปี 2560 คาดมีรายได้รวม 4-5 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่าได้รับปัจจัยหนุนจากการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) เศรษฐกิจฟื้นตัวหนุนให้เกิดการลงทุน ขณะเดียวกัน ยังได้รับปัจจัยหนุนจากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่จะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ทั้งหมด 1,400 เมกะวัตต์ โดยเป็นสัดส่วนการถือหุ้นของ AMATA จำนวน 260 เมกะวัตต์ ส่วนกำไรสุทธิมั่นใจว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้น สำหรับงบลงทุนในปี 2561 บริษัทเตรียมงบไว้ 5,000 ล้านบาท ใช้ในการลงทุนโดยใช้ลงทุนในเวียดนาม 3,400 ล้านบาท ที่เหลือลงทุนในประเทศไทย ทั้งนี้ ในปี 2561 AMATA ตั้งเป้าขายที่ดินทั้งในไทย และประเทศเวียดนามจำนวน 925 ไร่ พื้นที่โรงงานให้เช่าในประเทศเวียดนาม 2 แห่ง 28,000 ตารางเมตร

อันดับที่ 2 FETCO ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเพิ่มขึ้น 153.94 รับปัจจัยเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัว

ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น” รายงานว่า สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (มี.ค. 2561) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 153.94 จากเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 150.81 เป็นผลมาจากเศรษฐกิจในประเทศมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และนโยบายปฏิรูปภาษีของสารัทธ์ที่จะมีการปรับใช้ในปี 2561 ที่มีส่วนกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงมีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยคือความขัดแย้งระหว่างประเทศในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและคาบสมุทรเกาหลี แม้มีความเสี่ยงที่ไม่มากนักแต่มีผลกระทบที่เป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่น ทั้งนี้หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด ได้แก่ หมวดธนาคาร ส่วนหมวดสื่อสิ่งพิมพ์เป็นหมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุดสำหรับภาวะการลงทุนในเดือนธันวาคม ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นจากใกล้เคียง 1,700 จุด มาปิดทำการที่ 1,753.71 จุด ใกล้เคียงกับดัชนีปิดสูงสุดในประวัติศาสตร์ จากปัจจัยหนุนหลักจากความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 3.9-4.1% ในปี 2561 จากการฟื้นตัวของการลงทุนภาครัฐและเอกชน รวมถึงตัวเลขการท่องเที่ยวมีการเติบโตที่ชัดเจน ส่งผลให้ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนมากขึ้น

อันดับที่ 3  IHL ผลประกอบการปี61โตกว่าปี60 อัดงบ 180 ลบ.ลงทุนเครื่องจักรโรงฟอกใหม่เฟส1 คาดแล้วเสร็จปลาย Q2 โบรกฯชีเป้า 13.80 บาท

ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น” รายงานว่า บมจ.อินเตอร์ไฮด์ (IHL) โดยแหล่งข่าวจากวงการอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการในปี 2561 คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากปี 2560 เนื่องจากธุรกิจทั้งด้านบริการฟอกหนังยังเติบโตได้ดี และบริษัทมีต้นทุนค่าใช้จ่ายไม่สูง รวมถึงควบคุมราคาวัตถุดิบได้ดี อีกทั้งยังคาดหวังว่าธุรกิจเบาะยานยนต์จะปรับตัวดีขึ้น รวมถึงในช่วงไตรมาส 2/614 บริษัทเตรียมเปิดโรงงานฟอกหนังใหม่เฟส 1 โดยบริษัทจะใช้เงินลงทุนในเครื่องจักรราว 180 ล้านบาท อีกทั้งในช่วงกลางปี 2561 บริษัทมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 9 แสนตัวต่อปี บมจ.หลักทรัพย์ ไอร่า พิจารณาปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี’60-62  ทั้งนี้แนะนำราคาเป้าหมายที่ 13.80 บาท
อันดับที่4 บล.กสิกรฯ ปรับเป้าดัชนีปี61แตะ1,835จุด ชี้กลุ่มแบงก์ตัวชูโรง ผลักดันดัชนีมีโอกาสขึ้นไปทดสอบกรอบบน 1,970 จุด

ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น” รายงานว่า บล.กสิกรไทย โดยนายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ได้ปรับเป้าหมายดัชนี SET ใหม่ ที่ 1,835 จุด ด้วย Forward PER ที่ 16.4 เท่า โดยคาดเศรษฐกิจไทยจะมีโอกาสขยายตัวถึง 4.0% ต่อเนื่องจากปี 2560 ทั้งนี้ จากแนวโน้มด้านการลงทุนและการบริโภคที่ดีที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา  คาดกลุ่มธนาคารจะได้รับประโยชน์มากสุด  โดยคาดมีความต้องการสินเชื่อเพื่อการลงทุนสูงขึ้น และคาดกำไรจากกลุ่มธนาคารปีนี้จะเพิ่มขึ้นราว 25,000 ล้านบาท เติบโต 10% จากปี 2560 ที่เติบโตทั้งกลุ่มราว 200,000 ล้านบาท และเป็นกลุ่มที่ผลักดันให้ดัชนี SET สามารถขึ้นไปทดสอบในระดับกรอบบนที่แถว 1,760 จุด ได้ อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การทุนระยะสั้นในช่วงไตรมาส 1 นอกจากกลุ่มธนาคารที่น่าสนใจ ย้งมีกลุ่มหุ้นที่อิงกับประเด็นการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศ และเป็นหุ้นที่เป็นเป้าหมายในการเข้าซื้อของนักลงทุนต่างชาติ  แนะนำ หุ้น STEC เป้าหมาย 30.5 บาท, TICON 18.50 บาท, ROBINS เป้าหมาย 85.50 บาท, ORI เป้าหมาย 24.70 บาท และ TRUE เป้าหมาย 7 บาท

อันดับที่  5 PTTยันประเมินราคาน้ำมันปี61เคลื่อนไหวในกรอบ52-58ดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะงบลงทุน5ปีที่3.4 แสนล้านบาท พร้อมร่วมลงทุนกับกฟผ.ในทุกด้านพลังงาน

ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น” รายงานว่า นายเทวินทร์  วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. หรือPTT  กล่าวว่า จากที่กลุ่มโอเปกควบคุมการผลิตน้ำมันดิบประกอบกับเป็นช่วงไฮซีซั่นของการใช้น้ำมัน รวมถึงอากาศที่หนาวเย็นกว่าปกติส่งผลให้มีการใช้น้ำมันมากขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันในช่วงระยะสั้นปรับตัวขึ้นเฉลี่ยที่ระดับ 67 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สำหรับแผนการลงทุน 5 ปี(61-2565)ยังคงงบลงทุนที่ 3.4 แสนล้านบาท โดยในส่วนนี้จะใช้สำหรับการดำเนินงานปรับโครงสร้างบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด หรือ PTTOR ราว 1.2 แสนล้านบาท เพื่อให้ PTTOR นำเงินไปซื้อสินทรัพย์จาก ปตท. โดยคาดว่าจะเริ่มโอนกิจการได้ภายในปี 2561 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2562ส่วนที่เหลือใช้ดำเนินการตามแผนการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน