‘B-CHINE-EQ’สุดฮอต ปิดจองซื้อIPOทะลัก3.2พันล.

659

มิติหุ้น – กองทุนบัวหลวง ปลื้มยอดจองซื้อกองทุนน้องใหม่ “B-CHINE-EQ” ล้นหลามทะลุกว่า 3,200 ล้านบาท เปิดช่องให้นักลงทุนที่ต้องการ “ลงทุนจีนทั้งแผ่นดิน” ได้ลุยก่อนใคร

นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) เปิดเผยว่า ยอดปิดจองซื้อช่วงเสนอขายครั้งแรก หรือ IPO ของกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน (B-CHINE-EQ) ในช่วง 6 วันทำการ (27 ก.พ.- 7 มี.ค.2561) มียอดจองซื้อต่อเนื่องมากกว่า 3,200 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในแนวทางบริหารงานของกองทุนบัวหลวง ขณะเดียวกันความสำเร็จในครั้งนี้มาจากความมุ่งมั่นตั้งใจ และทุ่มเทอย่างเต็มที่ของเครือข่ายสาขาธนาคารกรุงเทพทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึงผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนทุกแห่ง และทุกๆ ฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับเศรษฐกิจของประเทศจีน ยังคงเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากกว่า 6% ต่อปี ไปอย่างต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า ประกอบกับจีนมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เทียบเท่า 15% ของเศรษฐกิจโลก มีตลาดภายในที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยประชากรมากกว่า 1,300 ล้านคน และมีชนชั้นกลางและครอบครัวชาวจีนทีมีความมั่งคั่งและอำนาจซื้อสูงขึ้น ทำให้ตลาดผู้บริโภคจีนมีอัตราเจริญเติบโตด้วยตัวเลข 2 หลัก และกลายเป็นเครื่องยนต์ที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีน

ขณะที่ภาพของการลงทุนในจีนในสายตานักลงทุนต่างชาติได้เปลี่ยนไปจากเดิม หลังจากที่รัฐบาลจีนได้สร้างระบบ Stock Connect ในช่วงปลายปี 2017 ที่ผ่านมา เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติสามารถลงทุนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้นของจีน และตลาดฮั่งเส็งของฮ่องกงได้อย่างสะดวก ด้วยระบบการทำธุรกรรมที่เชื่อมโยงกัน จึงไม่แปลกที่กองทุนระดับโลกต่างๆ หันมาให้ความสนใจลงทุนในหุ้นของบริษัทจีนมากยิ่งขึ้น โดยที่มาร์เก็ตแค็ปโดยรวมของหุ้นบริษัทจีนมีขนาดใหญ่กว่า 12 ล้านล้านดอลลาร์

“ตลาดหุ้นจีนมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก แต่ที่ผ่านมาความสนใจในตลาดหุ้นจีนยังอยู่ในระดับต่ำ สวนทางกับผลประกอบการ ทั้งยอดขายและกำไรของบริษัทจีนที่ขยายตัวได้ดี ขณะที่ราคาหุ้นโดยรวมยังถือว่าถูกอยู่ กองทุนบัวหลวงมองเห็นโอกาสนี้ ซึ่ง B-CHINE-EQ จะเป็นกองทุนที่ช่วยตอบโจทย์การลงทุนในหุ้นจีนได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเป็นทางเลือกใหม่ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้ลงทุนในหุ้นบริษัทจีนในจีนแผ่นดินใหญ่ ทั้งในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และตลาดหุ้นเซินเจิ้นได้เต็มที่ เพิ่มเติมจากหุ้นบริษัทจีนในตลาดฮ่องกง ตลาดสหรัฐและตลาดอื่นๆ อีกด้วย” นายพีรพงศ์กล่าว

ที่มา : กองทุนบัวหลวง

เรียบเรียง : พรเพ็ญ เวชกามา