SHREIT เคาะราคาขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติม 9.45 บาทต่อหน่วย

169

มิติหุ้น – กองทรัสต์ SHREIT ดีเดย์เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติม 6 – 13 ธ.ค.นี้ เคาะจำนวนหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 1 จำนวนไม่เกิน 410 ล้านหน่วย พร้อมกำหนดราคาเสนอขายสุดท้าย 9.45 บาทต่อหน่วย

ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น” รายงานว่า นายอรรถพงศ์ พรธิติ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายวาณิชธนกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่า ‘สตราทีจิก ฮอสพิทอลลิตี้’ หรือ SHREIT เคาะราคาเสนอขายสุดท้ายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 1 ที่ 9.45 บาทต่อหน่วย และจำนวนหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนที่ออกและเสนอขายจำนวนไม่เกิน 410 ล้านหน่วย พร้อมเปิดให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิ จองซื้อหน่วยทรัสต์ในวันที่ 6 -11 ธันวาคม 2561 นี้

ส่วนนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไป กำหนดจองซื้อในวันที่ 6-13 ธันวาคม 2561 ในวันทำการ เพื่อลงทุนในสิทธิการเช่าโรงแรม Sofitel Bali Nusa Dua Beach Resort บนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย และลงทุนกรรมสิทธิ์ในโครงการโรงแรม Hilton Garden Inn Kuala Lumpur กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีอัตราการเติบโตที่ดีทางด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในประเทศ คาดช่วยดันยิลด์เพิ่มขึ้นเป็น 8.5% ในปีแรกภายหลังการเพิ่มทุน ตอกย้ำ SHREIT เป็นกองทรัสต์ที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทโรงแรมที่ให้เงินจ่ายตอบแทนจากการลงทุนติดอันดับต้นๆ ของกองทรัสต์ประเภทโรงแรมที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ ทรัสต์ SHREIT ได้กำหนดจำนวนหน่วยทรัสต์ที่จะออกเพิ่มเติมในการเพิ่มทุนครั้งที่ 1 ไม่เกิน 410 ล้านหน่วย โดยจะจัดสรรให้แก่ผู้ถือหน่วยเดิม ที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิม ที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยที่มีสิทธิในการจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติม ซึ่งไม่ใช่บุคคลอเมริกัน (U.S. Person) (Preferential Public Offering) จำนวน 207.5 ล้านหน่วย หรือประมาณร้อยละ 50.6 ของจำนวนหน่วยทรัสต์ที่เสนอขายเพิ่มเติม ในอัตราส่วน 1 หน่วยทรัสต์เดิม ต่อ 0.5881 หน่วยทรัสต์ที่เสนอขายเพิ่มเติม

สำหรับส่วนที่เหลือจากการเสนอขายให้แก่ผู้ถือหน่วยเดิมให้แก่ประชาชนทั่วไป (Public Offering) และกำหนดราคาเสนอขายสุดท้ายของหน่วยทรัสต์ที่ออกเพิ่มเติมในครั้งนี้ที่ 9.45 บาทต่อหน่วย โดยกองทรัสต์จะระดมทุนโดยการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพ่มเติมในครั้งนี้และเงินกู้ยืม เพื่อไปลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ 2 แห่งในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีมูลค่าสินทรัพย์รวมกันไม่เกิน 171.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5,684 ล้านบาท)

ทั้งนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. ได้อนุมัติแบบคำขอเสนอขายหน่วยทรัสต์ที่ออกใหม่ โดยแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์ และหนังสือชี้ชวนการเสนอขายหน่วยทรัสต์ มีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อย