เทียบกันให้ชัด 4 แอปพลิเคชันเทรดหุ้น…เจ้าไหนของจริง!

16148

ในโลกยุคดิจิทัลนี้แค่เพียงสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็สามารถทําอะไรได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือไลฟ์ สไตล์ใน
ชีวิตประจําวันก็ล้วนมีแอปพลิเคชันหลากหลายในสมาร์ทโฟนมาช่วยรองรับ ไม่พ้นแม้แต่การลงทุนในตลาดหุ้นที่ในยุคนี้นัก
ลงทุนไม่จําเป็นต้องไปเฝ้าหน้าจอคอมเพื่อรอเทรด จนไม่มีเวลาทําอย่างอื่น เพราะบริษัทโบรกเกอร์หรือการเงินต่างๆ ก็แข่งขัน
กันพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้การลงทุนเป็นเรื่องง่ายขึ้น นักลงทุนสามารถวางแผนเทรดหุ้นได้เอง สั่งซื้อ/ขายได้เอง ในสมาร์ท
โฟนเครื่องเดียวเท่านั้น
มาถึงตรงนี้หลายคนคงอยากจะหยิบสมาร์ทโฟนมาโหลดแอปฯ ในทันทีแต่สงสัยกันไหมว่าควรโหลดแอปพลิเคชันเทรดหุ้นตัว
ไหนดี แล้วแต่ละเจ้ามีข้อแตกต่างกันอย่างไร ครั้งนี้เลยมาหยิบ “4 แอปพลิเคชันเทรดหุ้น” ที่สามารถทําได้หมดทั้งการวางแผน
หาข่าวสาร ดูกราฟ ซื้อ/ขายหุ้น และอีกสารพัดที่เรียกว่าครบวงจรในแอปพลิเคชันเดียว มารีวิวให้ผู้อ่านลองตัดสินใจเลือกโหลด
ติดไว้ในสมาร์ทโฟนกันดูครับ

SETTRADE STREAMING

หนึ่งในแอปพลิเคชันยอดนิยมที่นักลงทุนใช้กันมาก ด้วยความเป็นเจ้าแรกๆ และ SETTRADE เป็นผู้ผลิต จึงเรียกความเชื่อมั่น
จากผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี ซึ่งแอปพลิเคชันมีความโดดเด่นด้านการใช้งานที่ง่ายและมีฟี เจอร์ตอบโจทย์นักลงทุนได้เยอะ โดยมี
ฟี เจอร์น่าสนใจอยู่ 5 ส่วนด้วยกัน
1. Market สามารถมองภาพรวมตลาดหุ้นได้เข้าใจง่าย เห็นภาพตลาด SET ขึ้นลงกี่จุด ขึ้นไปสูงสุดหรือตํ่าสุดเท่าไหร่ มีมูลค่า
การซื้อ/ขายอย่างไร รวมถึงยังมีฟี เจอร์ย่อยอย่าง Summary, Ranking และ Favorite เข้ามาช่วยวางแผนการลงทุนได้เป็น
อย่างดี
2. Quote ดูข้อมูลหุ้นรายตัวได้ทั้งแบบ Realtime, ย้อนหลัง และสถิติ เพียงแค่พิมพ์ชื่อหุ้นที่เราสนใจ ก็จะโชว์ข้อมูลต่างๆ ทั้ง
ราคาหุ้นในช่วงเวลานั้น หรือย้อนหลังในอดีต ราคาเปิด/ปิด สถิติอัตราส่วนทางการเงิน มาช่วยวิเคราะห์ให้กับนักลงทุน
3. Backtesting เป็นส่วนที่ช่วยทดสอบผลการออมหุ้นแบบ DCA ได้โดยใช้ข้อมูลย้อนหลัง เพื่อคาดการณ์ว่าจะกําไรหรือ
ขาดทุน

4. Simulation ตัวช่วยสําหรับนักลงทุนหน้าใหม่ เข้ามาเรียนรู้การซื้อ/ขาย แสดงผลในราคาจริงตามตลาดหลักทรัพย์ ทําให้
ช่วยฝึกฝีมือก่อนลงสนามลงทุนจริง
5. More เมนูนี้จะลิงค์ไปเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย ให้ผู้ใช้งานดูข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน หรือโปรโมชันดีๆ จาก
ตลาดหลักทรัพย์

Finansia HERO

ช่วงนี้จะได้ยินนักลงทุนพูดถึงแอปพลิเคชันตัวนี้กันเยอะพอสมควร โดยแอปพลิเคชันตัวนี้ บมจ. หลักทรัพยฟินันเซีย ไซรัส เป็น
ผู้นําเข้าจาก Kiwoom Securities บริษัทหลักทรัพย์อันดับหนึ่งด้าน Online Trading ในประเทศเกาหลีแล้วพัฒนาระบบให้
ใช้งานเหมาะกับการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งความโดดเด่นของแอปฯ นี้อยู่ที่ความครบครันของฟี เจอร์ที่เป็นตัวช่วยอย่างดี
ให้กับนักลงทุน รวมถึงการใช้งานที่เหมาะกับนักลงทุนทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเทรดหุ้นไม่นาน หรือหน้าเก่าที่
เป็นมือเทรดขั้นเซียนในตลาด อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้ทั้งใน PC และสมาร์ทโฟนในระบบ IOS และ Android
ในส่วนของฟังก์ชันและฟี เจอร์น่าสนใจมีอยู่เยอะมาก แต่เราจะลองหยิบยกส่วนหลักๆ ให้ผู้อ่านกันก่อน
1. HOME ฟังก์ชันหลักในหน้า Market ที่รวมฟี เจอร์ต่างๆ ทั้ง SET, Favorite, Most active, Future index และอีก
หลากหลายฟี เจอร์มารวมครบครันในหน้าเดียว ช่วยให้นักลงทุนมองภาพรวมตลาดหุ้นได้ชัดเจนขึ้น สามารถวางแผนการเทรด

ได้ตรงจุด พร้อมข้อมูลทันทุกเหตุการณ์ ทุกนาที ทั้งข้อมูลราคาและปริมาณการซื้อ/ขาย ข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับหุ้น รวมถึงมี
ฟี เจอร์ที่ชื่นชอบส่วนตัวอย่าง Hang Seng ตลาดหุ้นในฮ่องกงที่มีแนวโน้มตลาดใกล้เคียงกับตลาดหุ้นไทย แถมเปิด/ปิดก่อน
ประมาณ 1ชั่วโมง จึงทําให้เราคาดเดาได้ว่าตลาดหุ้นไทยจะเปิด/ปิด เป็นบวกหรือลบในแต่ละวัน ช่วยให้การวางแผนลงทุน
แม่นยํายิ่งขึ้น
2. QUOTE หน้านี้เป็นตัวช่วยวิเคราะห์แบบเจาะลึกให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะมีให้เลือกแบบ Real time และ
Company Info จึงสามารถติดตามแนวโน้มหุ้นได้ทุกรูปแบบที่ต้องการ
Real time -จะเป็นหน้าที่ช่วยวิเคราะห์หุ้นรายตัวแบบทันตอดเวลา มีฟีเจอร์เป็นตัวช่วยนักลงทุนอย่าง IAA Consensus เป็น
คําแนะนําของโบรกเกอร์ต่างๆ ในสมาคมนักวิเคราะห์ ว่าควรซื้อ ขาย หรือถือ ของหุ้นตัวนั้นๆ และยังมีอีกหลากหลายฟี เจอร์ที่
บอกแทบไม่หมด
Company Info – วิเคราะห์หุ้นแบบเจาะลึกที่สามารถดูพื้นฐานของบริษัท หรือการอัพเดทต่างๆ ของหุ้นตัวนั้นได้ ซึ่งมีฟี เจอร์ที่
เป็นประโยชน์อย่างมากกับนักลงทุนทั้ง NVDR ช่วยให้เห็นความเคลื่อนไหวของนักลงทุนต่างชาติFree Float เห็นสภาพคล่อง
ของหุ้นตัวนั้นอีกด้วย

3. ORDER แอปนี้มี่ทั้งออเดอร์แบบปกติ แต่มีความรวดเร็วเหนือใครช่วนนักลุงทุนคิดคำนาณโดยส่งคำสั่งได้เป็นจำนวนเงินที่ต้องการและระบบจะทำตามคำนวนเผ็นจำนวนหุ้นพร้อมรวมค่าคอมฯให้อัตโนมัติ ทำให้ประหยัดเวลาและสะดวกขึ้น

นอกจากนี้ยังมีคำสั่งซื้อ/ขายอัตโนมัติ(Auto Order)ซึ่งมีอยู่ 3 รูปแบบด้วยกัน โดยอยู่หน้า Buy/Sell และเข้าไปที่ Auto Orderเราสามารถส่งคำสั่งได้ทั้ง Trailing Stop และ stop Order ฟีเจอร์นี้ช่วยให้นักลงทุนไม่จำเป็นต้องนั่งเฝ้าหน้าจออยู่ตลอดเวลา โดยเป็นคำสั่งซื้อสามารซื้อได้ที่จุดกลับตัวและถ้าเป็นคำสั่งขาย จะสามารถขายได้ที่จุดกลับตัวลงตามช่วงเวลาที่ตั้งไว้ เพียงแค่คียืคำสั่งเข้าไปแล้วทำให้เราสามารถซื้อหุ้นได้ในราคาที่ถูกกว่าและขายได้ในราคาที่สูงขึ้น

ส่วน Overnight Order มีการส่งได้ถึง 3 อย่างคือ แบบที่ 1 เป็นการส่งคำสั่งล่วงหน้าได้แบบวันต่อวัน แบบที่ 2 เป็นการส่งคำสั่งล่วงหน้าที่ให้รับบส่งคำสั่งซื้อ/ขายหุ้นทุกวันจนกว่าจะได้หุ้นครบตามจำนวนที่ต้องการ หรือแบบที่ 3 คือให้ส่งทุกวันในจำนวนและราคาเดิมทั้งนี้ตั้งเงื่อนไขสามารถทำได้นานถึง 6 เดือน อย่างนี้ไปทำธุระอย่างอื่นต่อก็ไม่พลาดทุกราคาที่ต้องการ ทำมห้ประหยัดเวลาด้วยการตั้งราคากับการตั้งปริมาณการซื้อขายไว้ล่วงหน้า
4. SCANNER หน้านี้จะแสกนหุ้นตามกลยุทธ์ โดยแบ่งลักษณะการเทรดของลูกค้าเป็น 4 แบบ มี14 กลยุทธ์ซึ่งมีตามปัจจัยพื้นฐาน 6 สูตร และเทคนิค 8 สูตร

นักลงทุนหาหุ้นตามสไตล์การเทรดของตนเอง สามารถเข้ามาหาหุ้นได้แบบเรียลไทม์ได้อย่างรวดเร็ว ประหยัดเวลาหาหุ้นไปได้เยอะ ช่วยในการคัดเลือกหุ้นได้เป็นอย่างดี หรือนักลงทุนสามารถใช้ฟีเจอร์ DIY Conditionel search ที่ให้สามรถสร้างสูตรขึ้นมาตามความต้องการ เพื่อใช้ค้นหาหุ้นในแบบสไตส์เรา

5.CHART การแสดงผลแบบ Chart ที่มีให้เลือกเพียบ! ซึ่งเราสามารถเลือกรูปแบบตามต้องการ แต่ที่หน้าสนใจคือ Volume by Pice ช่วยให้เห็นการกระจุกตัวของปริมาณการซื้อ/ขาย (Volume)ในช่วงราคาต่างๆ ซึ่งหมายถึงแนวรับ-ตานนั่นเอง ช่วยทำให้นักลงทุนวางกรอบการซื้อขายได้อย่างแม่นยำ

Trade Master

แอปพลิเคชันเทรดหุ้นของบัวหลวงที่นําเข้าจากประเทศเกาหลีเช่นเดียวกัน ซึ่งใกล้จะเปิดตัวเร็วๆ นี้แล้ว แถมได้รับกระแส
ร้อนแรงอย่างมากเรื่องระบบที่รวดเร็วและความครบครันของฟี เจอร์ที่ช่วยให้การวางแผนลงทุนแม่นยํามากยิ่งขึ้น แต่การจะใช้
งานต้องวางเงินจํานวน 500,000 บาทก่อนถึงจะใช้งานได้ ทําให้เห็นชัดว่าบัวหลวงน่าจะต้องการกลุ่มลูกค้าที่ต้องการมาเทรด
จริงๆ ส่วนฟังก์ชันในแอปฯ นั้นมีความน่าสนใจอยู่หลักๆ อย่าง
1. Market หน้าหลักของแอปฯ นี้ที่แสดงข้อมูลและภาพรวมตลาดแบบ Real time ให้ผู้ใช้งานสามารถเกาะติดทุกความ
เคลื่อนไหวของหลักทรัพย์ ประกอบไปด้วยเมนู Market Daily, Investor Type และ Ticker
2. Technical Signals แสดงสัญญาณซื้อ/ขายทางเทคนิคของหุ้นรายตัว ในรูปแบบของกระทิง (Bull) สัญญาณขาขึ้น และ
หมี (Bear) สัญญาณขาลง
3. Ranking แสดงข้อมูลการจัดอันดับหลักทรัพย์ ซึ่งประกอบด้วย Most active value, Most active volume, Top
Gainer, Top Loser และข้อมูลการจันอันดับหุ้นอื่นๆ อีก 13 รายการ ช่วยให้นักลงทุนเห็นความเคลื่อนไหวได้ชัดเจนในแต่ละ
วัน
4. Fundamentalแสดงข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับหุ้นตัวนั้นๆ เช่น ข้อมูลบริษัท งบการเงินและผลประกอบการ อัตตราส่วนทาง
การเงิน เพื่อนํามาประกอบการวิเคราะห์ของนักลงทุน
5. Quick Trade หน้าจอการส่งคําสั่งซื้อ/ขาย ที่ง่าย สะดวก และรวดเร็ว

6. Auto Trade ตัวช่วยอํานวยความสะดวกในการส่งคําสั่งซื้อ/ขาย โดยนักลงทุนต้องกําหนดเงื่อนไขก่อน จากนั้นระบบจะส่ง
คําสั่งซื้อ/ขายให้อัตโนมัติ ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเฝ้าหน้าจอ
7. Quote แสดงข้อมูลของหุ้นรายตัว ที่เห็นทั้งราคาและข้อมูลพื้นฐาน ปริมาณการซื้อ/ขาย และอีกมากมายที่ช่วยเจาะลึก
ข้อมูลได้เป็นอย่างดี
8. Chart หน้าการแสดงผลแบบ chart ที่มีเครื่องมือให้เราเลือกใช้มากมาย สามารถวาดการแสดงผลได้เอง และแสดงแบบ
รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน ตามที่เราต้องการ
ทั้งหมด 8 ข้อนี้ยังเป็นแค่บางส่วนเท่านั้น ที่เหลืออีกหลากหลายฟังก์ชันยังมีตัวช่วยให้กับนักลงทุนอยู่อีกเพียบ…แต่แค่เท่านี้ก็
ช่วยให้นักลงทุนง่ายต่อการวางแผนเทรดได้เป็นอย่างดีแล้ว

 

 

efin Trade Plus

อีกหนึ่งแอปพลิเคชั่นที่ชูจุดเด่นด้วยรับบที่รวดเร็วและรูปแบบดูดีกว่าอันเก่า โดยมาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ยกระดับทุกอย่างเกี่ยวกับการลงทุนให้ดียิ่งกว่าเคย ทั้งเมนูต่างๆ การดูจ้อมูลหุ้นและอนุพันธ์ ฟังก์ชันต่างๆ ที่จัดหนักจัดเต็มเพื่อสร้างโอกาสทำกำไรให้กับนักลงทุนยิ่งขึ้น พร้อมการรองรับอุปกรณ์หลากหลายทั้ง Windows PC IOS และ Android ซึ่งในฟังก์ชันที่โดดเด่น และน่าใช้งานในเวอร์ชันนี้จะมีอะไรบ้าง ลองไปดูกัน
1.Learning History ฟังก์ชันที่เสมือนผู้ช่วยคนสําคัญที่จะบอกจุดผิดพลาดในการลงทุน เพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยใช้ AI เข้ามามี
บทบาทช่วยวิเคราะห์การลงทุน นําข้อมูลการซื้อขายที่ผ่านมาในอดีตมาวิเคราะห์ เพื่อค้นหาจุดผิดพลาดให้นักลงทุนรู้ แล้ว

นํามาปรับปรุงและพัฒนาการซื้อ/ขายของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังบอกสถิติสําคัญที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น นักลงทุนมี
ความแม่นยําในการทํากําไรเท่าไหร่ มีการทํากําไรและขาดทุนเฉลี่ยแต่ละครั้งเท่าไหร่ เป็นต้น ซึ่งสถิติเหล่านี้มีประโยชน์มากต่อ
นักลงทุน
2. Auto Trade ฟังก์ชันการตั้งเงื่อนไขการส่งคําสั่งซื้อ/ขายแบบอัตโนมัติ ทั้งเงื่อนไขทางด้านราคา หรือด้านเทคนิค จาก
Indicator ให้เลือกใช้งานถึง 7 รูปแบบ ช่วยให้เป็นเรื่องง่ายต่อการซื้อ/ขายที่นักลงทุนไม่ต้องเสียเวลานั่งเฝ้าอยู่หน้าจอทั้งวัน
3. Portfolio Holding Chart หน้าพอร์ตที่ละเอียดมากยิ่งขึ้น ด้วยรูปแบบกราฟที่แสดงสัดส่วนการถือครองหุ้น เพื่อวิเคราะห์
พอร์ตดูการกระจายความเสี่ยงการถือครองแบบรายหุ้นรายหมวดธุรกิจ รวมถึงมีรายงานแบบ Projected Profit/Loss แบบ
แบ่งตามหมวดธุรกิจ เพื่อช่วยแยกหุ้นออกเป็นสัดส่วนที่เข้าใจง่าย

นอกเหนือ 3 ฟังก์ชันตัวใหม่ที่น่าสนใจ ก็ยังมีฟังก์ชันพื้นฐานอื่นๆ รองรับการใช้งานอยู่ทั้ง กราฟเทคนิค Bid/Offer หุ้นใน
กระแส งบการเงินเพื่อนักลงทุนระยะยาว และอีกหลากหลายฟังก์ชันที่มีไว้เพื่อนักลงทุน

เปรียบเทียบทั้ง 4 แอปพลิเคชัน

จากทั้ง 4 แอปพลิเคชันที่รีวิวไป อาจยังเห็นภาพได้ไม่ชัดเท่าไหร่ว่ามีดีแตกต่างกันอย่างไร เพราะแต่ละแอปฯ ต่างก็ดูคล้ายกัน
ไปหมด เราเลยมีภาพเปรียบเทียบให้เห็นกันชัดๆ ว่าแต่ละเจ้าแตกต่างกันอย่างไร

 

www.mitihoon.con