PTT วางเป้ารักษาอัตรากำไรสุทธิปีนี้ 3-5% คาดสเปรดปิโตร-GRM สูงขึ้น

63

ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น” รายงานว่า บมจ.ปตท. หรือ PTT โดยนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า ในปี 63 บริษัทคาดส่วนต่างราคาปิโตรเคมียังมีทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากช่วงที่ผ่านมาราคาลดลงในระดับต่ำสุดแล้ว ส่วนค่าการกลั่นคาดจะดีขึ้นจากปี 62 ที่อยู่ในระดับ 3.7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และปริมาณขายก๊าซจะเพิ่มขึ้นจากปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นของ PTTEP โดยบริษัทจะพยายามรักษาอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ที่ระดับ 3-5%

ส่วนแนวโน้มราคาน้ำมันดิบดูไบปี 63 บริษัทคาดเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 54-64 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปรับลดลงจากช่วงไตรมาส 4/62 ที่อยู่ในระดับ 62 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยมีปัจจัยลบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่อาจส่งผลต่ออุปสงค์น้ำมันโลกชะลอตัว รวมถึงอาจส่งผลกดดันต่อเศรษฐกิจโลก แม้จะมีปัจจัยบวกจากกลุ่มโอเปกลดปริมาณการผลิตเหลือ 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน จนถึงไตรมาส 1/63

ทั้งนี้ บริษัทได้เตรียมแผนการลงทุนในปี 63-67 วงเงินรวม 180,814 ล้านบาท ซึ่งจะใช้ในปี 63 จำนวนราว 69,310 ล้านบาท และจัดเตรียมงบลงทุนในอนาคต (Provisional Capital Expenditure) ในระยะ 5 ปีข้างหน้า จำนวน 203,583 ล้านบาท โดยธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้น มีแผนขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและเน้นการลงทุนในธุรกิจ LNG เช่น โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเส้นที่ 5 โครงการ LNG Receiving Terminal หนองแฟบ และขยายการเติบโตด้วยการลงทุนธุรกิจก๊าซฯ สู่ไฟฟ้า (Gas to Power) โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน

รวมถึงการดำเนินธุรกิจ LNG แบบครบวงจรและการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการซื้อ-ขาย LNG ของภูมิภาคอาเซียน สำหรับธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย จะผลักดันกระบวนการผลิตด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวทาง Circular Economy และขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่มีความชำนาญและได้เปรียบในการแข่งขันไปสู่การลงทุนในผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีมูลค่าสูง

นอกจากนี้ ในด้านนวัตกรรมและการลงทุนธุรกิจใหม่ ปตท. เตรียมพร้อมพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเมืองอัจฉริยะ (Smart City Development) โดยเน้นในด้านการบริหารจัดการพลังงานในพื้นที่ที่มีศักยภาพ และจะขยายการเติบโตด้วยการร่วมทุนหรือซื้อกิจการในธุรกิจพลังงานใหม่ (New Energy) อาทิ ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้า

www.mitihoon.com