นักการเงินเทใจหนุน “ชาติชาย” ชี้ครบเครื่องเหมาะ “ขุนคลังคนใหม่”

893

เผยนักการเงิน การธนาคารเทใจอยากให้นายกฯ เคาะ ชาติชาย พยุหนาวีขัย นั่งเก้าอี้ขุนคลังคนใหม่ ชี้ผลงานโดดเด่นปั้นออมสินจากแบงก์เก่าคร่ำครึผงาดขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของระบบ แถมยังเป็นแบงก์ขวัญใจรากหญ้า สนองนโยบายรัฐได้ครบครัน

หลังจากที่นายปรีดี ดาวฉาย รมว.คลัง ตัดสินใจลาออกจากคำแหน่งอย่างกระทันหันด้วยเหตุปัญหาด้านสุขภาพ ทั้งที่รับตำแหน่ง รมว. คลัง ยังไม่ถึงขวบเดือน จนก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์ในวงกว้างก่อนหน้านี้  และทำให้ทุกฝ่ายจับตา “ว่าที่ขุนคลังคนใหม่” ที่จะเข้ามาจะเป็นใครไปได้อีก

ซึ่งล่าสุด พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกมายอมรับว่า ได้ทาบทามคนนอกให้เข้ามารับตำแหน่งดังกล่าวแล้ว และจะมีความชัดเจนภายในเดือนตุลาคมนี้ ทำให้มีการคาดการณ์ไปถึงตัวบุคคลที่คาดว่า น่าจะได้รับการทาบทามให้เข้ามารับตำแหน่งดังกล่าว จำนวน 3 คน ประกอบด้วย 1. นายชาติชาย พยุหนาวีชัย อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ที่เพิ่งเกษียณ 2. นายสมชัย สัจจพงษ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง และ  3. นายกานต์ ตระกูลฮุน อดีตซีอีโอเครือเอสซีจี

อย่างไรก็ตาม พลันที่ปรากฏรายชื่อบุคคลทั้งสามออกมา บรรดานักการเงิน การธนาคารต่างพากันเทใจไปยังนายชาติชาย พยุหนาวีขัย ว่า มีความเหมาะสมที่สุดกับตำแหน่งดังกล่าวในห้วงเวลานี้ เนื่องจากเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวด ในการผลักดันให้ธนาคารออมสินผงาดขึ้นมาจากธนาคารที่มีภาพพจน์เก่า คร่ำครึ และล้าสมัย แต่สามารถทะยานขึ้นมาเป็นธนาคารที่มีความทันสมัย มีทรัพย์สินเงินฝาก และการปล่อยสินเชื่อรายย่อยที่สูงเป็นอันดับหนึ่งของระบบในช่วงระยะเวลาเพียง 5 ปีที่บริหารอยู่

นอกจากนี้ ธนาคารออมสินยังได้ชื่อว่าเป็นกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาล ทั้งในส่วนของสินเขื่อรายย่อย ธนาคารประชาชน การจ่ายเงินตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ จนทำให้ธนาคารออมสินได้รับรางวัลธนาคารดีเด่น และ Best Retail banking หลายปีติดต่อกัน ขณะที่ตัวนายชาติชายเอง ยังได้รับรางวัลนักการเงินการธนาคารดีเด่นหลายปีติดต่อกันเช่นกัน

ขณะที่นายสมชัย สัจจพงษ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ที่มีผลงานเรื่องแก้ไขหนี้นอกระบบที่ตั้งเป้าให้หมดไปจากประเทศไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เห็นชอบให้ดำเนินการ การผลักดันให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) มีบทบาทมากขึ้นสร้างเด็กรองรับอุตสาหกรรมใหม่ที่รัฐบาลสนับสนุน รวมทั้งผลักดันเรื่องการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ผลงานเหล่านี้เป็นรูปเป็นร่าง แต่กลับมีปัญหาที่แก้ไม่ตกในปัจจุบัน  สิ่งสำคัญคือภาพลักษณ์ว่า ใกล้ชิดกับนายกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะเป็นเพื่อนเรียน วปอ. หากได้รับเลือกเข้ามา อาจทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ได้ว่า นายกเล่นพวกพ้องก็เป็นได้ และกระทรวงการคลังจะถูกมองว่าไม่เป็นกลางในทันที

นอกจากนี้ยังมีชื่อ นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อดีตปลัดคลัง และนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ที่จะเกษียรอายุในวันที่ 30 กันยายนนี้ โผล่มาอีกคน ซึ่งหากพิจารณาแล้ว แม้นายประสงค์ พูนธเนศ จะได้ชื่อว่ามีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการคลัง และโดยเฉพาะการจัดเก็บภาษี เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากรและกรมสรรพากรมาก่อนหน้า แต่ระยะเวลากว่า 2 ปีที่เขารับตำแหน่ง ตั้งแต่พฤษภาคม 2561 จนถึงขณะนี้ กลับปรากฏว่า กระทรวงการคลังมีปัญหาในการจัดเก็บรายได้ จนไม่สามารถปิดหีบงบประมาณได้ ทำให้ต้องกู้เงินเพื่อปิดหีบงบประมาณรายจ่าย ซ้ำร้ายยังถูกมองว่า มีความใกล้ชิดกับกลุ่มทุนดิวตี้ฟรีจากการที่เจ้าตัวดำรงตำแหน่งประธาน บมจ.ท่าอาศยานไทย หรือ AOT กรณีอนุมัติมาตรการเยียวยาให้แก่กลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ จนถูกตั้งข้อกังขา เพราะทำให้ AOT สูญเสียประโยชน์ไปนับแสนล้าน ส่งผลให้นักลงทุนพากันเทหุ้น AOT ในช่วงก่อนหนเาจนถึงขณะนี้

ส่วนนายกานต์ ตะกูลฮุน อดีตซีอีโอเอสซีจีนั้น แม้จะได้รับการยอมรับในภาคธุรกิจว่าอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเอสซีจี แต่เมื่อเทียบประสบการณ์ด้านการเงิน การคลังแล้ว ยังเป็นรองแคนดิเดทอีก 2 คนอยู่มาก

“ห้วงเวลานี้ ต้องถือว่านายชาติชาย น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด หากเปรียบเทียบกับอีก 2 คนที่เหลือ เพราะมีความครบเครื่องและเข้าใจกลไกการทำงานทั้งด้านการเงิน การธนาคาร รวมถึงการคลังได้เป็นอย่างดี ยิ่งเมื่อรัฐต้องการขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และเอสเอ็มอีด้วยแล้ว นายชาติชายจึงน่าจะเป็นตัวเลือกที่มีความเหมาะสมมากที่สุดในเวลานี้”

อ่านต่อ>>> http://www.natethip.com/news.php?id=3026

โดยเนตรทิพย์กระพริบข่าวร้อน

www.mitihoon.com