ไทยตัอง Transform ครั้งใหญ่!

349

อดีตเลขา กสทช. “ฐากร ตัณฑสิทธิ” ชี้โลกกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 5G หากไทยยังตามไม่ทัน จะไม่สามารถยืนอยู่ได้ เผยโครงสร้างศก. สังคม – การเงิน ในอนาคตจะมาโลดแล่นบนมือถือ-สมาร์ทโฟน

ทั้งนี้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยถึง สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่กำลังเผชิญวิกฤตอย่างหนักกว่า จำเป็นที่จะต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่ เพราะเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ต่างขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล 5G-AI เราจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้าง เร่งปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงหาไม่แล้ว จะเกิดความล้าหลังตามไม่ทัน และรัฐบาลเองก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่หมักหมมได้อย่างตรงจุด

อย่างเรื่องของนโยบายประชารัฐ ที่จะมีการอัดฉีดเงินลงไปให้ประชาชน เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพหรือกระตุ้นเศรษฐกิจ 5,000 บาทต่อคน ที่ต้องใช้เงินแสนล้านบาทนั้น ปกติ เราเชื่อว่า ประชาชนจะนำเงินไปใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไปอีก 5 รอบ เงินแสนล้านที่กระจายลงไป จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม Value Added ให้กับระบบเศรษฐกิจได้ถึง 5 แสนล้าน

“แต่ในโลกดิจิทัลปัจจุบัน ที่ระบบการค้าเดินมาสู่ระบบออนไลน์ ซื้อขายสินค้าบนมือถือผ่านแพลตฟอร์ม OTT อย่าง shopee FB Alibaba เป็นการค้าในระบบ e-commerce Online ทำให้เม็ด เงินที่รัฐอัดฉีดลงไป โดนดูดออกไปจากระบบไปต่างประเทศ ไม่ได้เวียนกลับมาในระบบเศรษฐกิจ หรือกลับมาก็เพียง 30% เท่านั้น ความคาดหวัง ที่จะทำให้เม็ดเงินเหล่านี้กระตุ้นเศรษฐกิจ จึงไม่ได้ผล”

“ในอดีตเราอาจโทษได้ว่า เพราะเรายังล้าหลังเรื่องเทคโนโลยี 3จี 4จี เราตามหลังประเทศอื่นๆ 5 ปี 10 ปี ระบบ OTT และ platform ต่างๆ ของเรายังไม่พร้อม 3G ที่ล้าหลังประเทศอื่นๆ ไปนับ 10 ปี 4G ก็ล้าหลังไปถึง 5-6 ปี แต่ปัจจุบันเราได้วางระบบ 5จี ได้เร็วกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ ดังนั้นเราจึงต้องเร่งพัฒนา OTT 5G ของเรา พัฒนาแพลตฟอร์มของเพื่อให้ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกเข้ามาใช้แพลตฟอร์มโอทีทีของเราให้ได้”

ถึงเวลาไทยทรานสฟอร์ม..

นายฐากร กล่าวด้วยว่า เทคโนโลยีดิจิตอลที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ โครงสร้างสังคม และการเมืองนั้น จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง 5-6 เรื่องดังต่อไปนี้ คือ

1. โครงสร้างเศรษฐกิจ โครงสร้างการผลิต อุตสาหกรรม ที่ต่อไปเทคโนโลยีจะเข้ามาแทนที่แรงงานและมนุษย์ จะใช้คนในกระบวนการผลิตน้อยลง เทคโนโลยีเอไอ AI และคอมพ์จะเข้ามาแทนที่ ดังนั้น แรงงานในภาคการผลิต-อุตสาหกรรม ที่จะได้รับผลกระทบจะต้องหาทางพัฒนา เพิ่มทักษะ Skill เพือโยกไปทำงานด้านอื่น

2. โครงสร้างทางสังคม ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจากการเข้ามาของเทคโนโลยีต่อ 5G จะทำให้แรงงาน เกิดการย้ายถิ่นฐานน้อยลง ผู้คนจะสามารถทำงานที่บ้านโดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปทำงานในเมือง ไม่จำเป็นต้องนั่งทำงานที่ออฟฟิศ ในโรงงานจะสามารถใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อการทำงานให้สามารถ work from home หรือทำงานได้ทุกที่

ต่อไปหากสามารถวางระบบเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมก็จะเป็นการแก้ไขปัญหา แรงงานอพยพแรงงาน ย้ายถิ่น แก้ปัญหาสังคม จราจร และปัญหาอื่นๆ ในเมืองตายซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องตระหนัก และเตรียมความพร้อม

3. โครงสร้างการเงิน และสถาบันการเงิน ที่ในอดีตถือเป็นโครงสร้างหลักของระบบเศรษฐกิจ แต่ปัจจุบันกำลังถูกทำลาย Disrupt จากเทคโนโลยีมาอยู่บนสมาร์ทโฟนหรือมือถือหมดแล้ว สถาบันการเงินสาขาต่างๆของสถาบันการเงินต่างทยอยปิดตัวลงไป ธุรกรรมการเงินต่างๆ ตั้งแต่การฝาก ถอน พิจารณา วิเคราห์สินเชื่อต่างก็ถูกโอน มาอยู่บนมือถือและอาศัย เทคโนโลยีเข้ามาดำเนินการแทนผู้คนเกือบหมดแล้ว

ยิ่งเมื่อมี 5G เข้ามา บรรดาธุรกรรมการเงิน การวิเคราะห์สินเชื่อต่างๆ จะแยกไม่ออกจากเทคโนโลยีแล้ว สาขาแบงค์กลายเป็นเรื่องที่ไม่มีความจำเป็นอีกแล้ว ในอนาคต ทุกอย่างที่เรียกว่า Everything จะย้ายมาอยู่บนแพลตฟอร์มมือถือสมาร์ทโฟนกันหมด ที่ผ่านมาเราถึงจำเป็นต้องให้มีการลงทะเบียน แสดงตัวตนบนมือถือสมาร์ทโฟน เพราะต่อไปในอนาคต การเงินและการสื่อสาร จะหลอมรวมกลายเป็นสิ่งเดียวกันที่แยกกันไม่ออก

4. เช่นเดียวกับธุรกิจการค้า ห้างร้าน ที่วันนี้ตลาด e-commerce การค้าออนไลน์ กลายมาเป็นตลาดใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลก ต่างเข้ามาสร้างชุมชน สร้างตลาดการค้าออนไลน์และค้าขายเองได้หมด บทบาทการค้าออนไลน์กำลังเข้าไปแทนที่ทุกอย่างแล้ว

5. ระบบสาธารณสุข โรงพยาบาล การรักษาพยาบาล วันนี้ เทคโนโลยี 5จี และ AI ได้เข้ามาทดแทน กลายเป็น Smart Hospital แล้ว แค่เสียบบัตร ประวัติคนไข้ก็ออกมาหากเรายอมให้เปิดเผยข้อมูลก็สามารถเอาข้อมูบการรักษาเข้าไปอยู่ในบัตร Smart Card ID Card ได้หมด สามารถจะไปไหนรักษาที่โรงพยาบาลใดก็ได้ไ ม่ต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลที่ไกลออกไป

การตรวจรักษาคนไข้ในปัจุจุบัน ทั้งโรคตา ผิวหนัง ความดัน สามารถรักษา ผ่าตัดผ่านระบบ Virtual 5G โดยหมอผู้เชี่ยวชาญ ที่นั่งลงอยู่โรงพยาบาลศิริราชสามารถที่จะคอนโทรลการผ่าตัด ไปยังโรงพยาบาลอื่นในท้องถิ่นห่างไกล ได้ทันที

“ระบบเทคโนโลยีต่างๆ พร้อมหมดแล้ว แพทย์ไทยที่ได้รับการยกย่องว่า มีความเชี่ยวชาญ ในรับการ รักษาพยาบาลก็พร้อมแล้ว แต่เราจะนำเทคโนโลยี ไปใช้ได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่ที่นโยบายการขับเคลื่อนและการปรับโครงสร้างให้เรารักเท่านั้น”

6. โครงสร้างการศึกษา ในปัจจุบัน เริ่มมีการปรับเปลี่ยนอย่าเห็นได้ชัดในอนาคตอันใกล้ จะไม่ใช่แค่การศึกษาออนไลน์ เท่านั้น 4-5 ปีข้างหน้า จะมีปริญญาออนไลน์กันทั่วโลก การศึกษาจะกลายเป็นโลกไร้พรมแดน เราจำเป็นจะต้องเร่งกับโครงสร้างการศึกษา ปรับเปลี่ยน ค่านิยม ระบบการเรียนต่างๆ จะต้องปรับใหม่หมด ต้องเปิดกว้าง พัฒนาไปอย่าง ญี่ปุ่น เกาหลี หาไม่แล้ว เราจะตามไม่ทันโลกอย่างแน่นอน

7. แม้แต่โครงสร้างทางการเมือง การหาเสียงของนักการเมืองที่ในอดีต จะใช้การตั้งเวทีปราศรัยหาเสียง แต่ปัจจุบันกำลังพัฒนาไปสู่เวทีในโลกโซเชียล FBLive ระบบการเลือกตั้งในอนาคตก็ต้องปรับเปลี่ยน ไม่ใช่การเดินเข้าคูหาพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ใช้กำลังคน กำลังเงินมหาศาลเพื่อรองรับการเลือกตั้ง แต่ในอนาคตจะใช้ ID Card เพียงใบเดียวเดินเข้าคูหา ก็สามารถเลือกตั้งผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ว สิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ผ่าสงครามจีน-สหรัฐ :คือบทสะท้อนการช่วงชิงเทคโนโลยี

ในอดีต เราจะเห็นว่า อเมริกาทำสงครามเย็นกับรัสเซีย ก็ด้วยต้องการแย่งชิงทรัพยากรน้ำมัน หรือสงคราม อิรัก-อิหร่าน ก็เพิ่อการแย่งชิงน้ำมัน

แต่วันนี้ เราได้เห็นความเปลี่ยนเปลี่ยน เห็นการขับเคี่ยวอย่างเอาเป็นเอาตายระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ทำสงครามการค้า สงครามปากกันอย่างหนักหน่วงนั้น ไม่ใช่สงครามแย่งชิงทรัพยากรน้ำมันกันอีกแล้ว แต่เป็นเรื่องของการแย่งชิงเทคโนโลยี 5G, 6G เพราะทุกฝ่ายรู้แล้วว่า โลกในอนาคตข้างหน้าเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจโลก  เป็นตัวขับเคลื่อนโลก

“วันนี้ทุกฝ่ายได้เห็นแล้ว่วา จีน ขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยี 5G, 6G เทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆที่กำลังโลดแล่นอยู่บนโลก อย่าง TikTok หัวเว่ย ทำให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใหม่ของโลก กดดันให้อเมริกาจำเป็นต้องขัดขวางและหาทางแย่งชิงเพื่อไม่ให้จีนคุมกลไกต่างๆ ของโลกไว้ในมือ”

ในส่วนของประเทศไทยเราเอง ที่ผ่านมา เราให้ความสำคัญกับกระทรวงเศรษฐกิจ อย่างกระทรวงคมนาคมว่าเป็นกระทรวงเกรดเอ แต่ในอนาคตข้างหน้า บอกได้เลยว่ากระทรวง ดิจิทัล (ดีอีเอส) และ กสทช. ต่างหาก คือ กระทรวงเกรดเอที่มีความสำคัญ เพราะรวมเอากลไกขับเคลื่อนและความเปลี่ยนแปลงทั้งมวลมาไว้ในมือ

“Everything ทุกอย่างจะต้องอยู่ที่กระทรวงนี้เป็นหลัก ทั้งการรักษาพยาบาล ศึกษาสาธารณสุขกระทรวงการคลังการเงิน การค้าพาณิชย์ e-commerce แรงงานต่างต้องอยู่ภายใต้การขับเคลื่อนที่มีกระทรวงดีอีเอส และ กสทช. เป็นหลัก หากรัฐบาลยังไม่เข้าใจ หรือยังตามไม่ทัน แล้วเรายังไม่เร่งรีบปรับเปลี่ยนโครงสร้างต่างๆ ให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง เราจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่มันหมักหมมได้เลย”

โดยเนตรทิพย์กระพริมข่าวร้อน

ที่มา http://www.natethip.com/news.php?id=3116

www.mithoon .com