วันพฤหัสบดี 19 มีนาคม 2026
หน้าแรก บทวิเคราะห์

SCGP หุ้น IPO ที่ครบเครื่อง

1804

ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น” รายงานว่า บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง(SCGP) โดยบล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุว่า ฝ่ายวิจัยมองว่า SCGP เป็นหุ้น IPO ที่ครบเครื่อง ทั้งมีฐานธุรกิจที่มั่นคง, มีแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง, แนวโน้มกำไรปีหน้าเติบโต, และมีมูลค่าตลาดที่ใหญ่ถึง 1.5 แสนลบ. คาดกำไรปีหน้าเติบโตด้วยแรงหนุนจากการขยายกำลังผลิตใหม่, การทำ M&P, และต้นทุนการเงินลดลงประเมินมูลค่าหุ้นเบื้องต้นที่39-45 บ. อิง FY64F P/E 23-25เท่า มี Upside+29% จากราคา IPO 35 บ. แนะนำ“ซื้อ”

ประเด็นการลงทุน

ฐานธุรกิจมีความมั่นคง SCGP เป็นบ.ย่อยที่มีความสำคัญของ SCC โดยประกอบธุรกิจ Holding Company ในการให้บริการโซลูชั่นด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร ซึ่งแบ่งเป็น 2 สายธุรกิจหลัก คือ สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (สัดส่วนรายได้ 84%) และสายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (สัดส่วนรายได้ 16%) รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ด้วยการให้ความสำคัญของ SCC ทำให้ที่ผ่านมา SCGP มีกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจนและ Implement อย่างเห็นผลลัพธ์ที่เด่นชัด อันเป็นการสร้างฐานธุรกิจให้มีความมั่นคงและยั่งยืน โดยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นได้แก่การขยายธุรกิจแบบบูรณาการทั้งแนวนอนและแนวตั้ง ผ่านการเข้าถึงวัตถุดิบที่สำคัญ, การขยายผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายและครอบคลุม, การขยายตลาดใหม่ๆ ในอาเซียน, และการสร้างสรรค์โซลูชั่นใหม่ๆ ที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม โดย SCGP มีการขยายทั้งแบบด้วยตนเองและการทำ M&P (Merger & Partnership) ทั้งนี้ผลลัพธ์ของการดำเนินกลยุทธ์ที่เข้มข้นดังที่กล่าวสะท้อนผ่านทางรายได้ +6% CAGR และกำไร+12% CAGR ในรอบ 11 ปี ที่ผ่านมา และเรามองว่าด้วยฐานธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่องจะยิ่งส่งเสริมให้ SCGP แข็งแกร่งขึ้นอีก เพราะอุตสาหกรรมนี้มีลักษณะ Capital Intensiveจึงเป็นการยากที่จะมีคู่แข่งรายใหม่เข้ามาแข่งขัน

การระดมทุนเพื่อยกระดับการเติบโต เรามองว่าการทำ IPO ครั้งนี้จะเป็นการยกระดับการเติบโตขึ้นอีกขั้นของ SCGP เพราะจะระดมทุนได้3.9-4.4 หมื่นลบ. ผ่านหุ้น IPO 1,127.55 ล้านหุ้น @ 35 บ. และมีหุ้นจัดสรรส่วนเกินอีก 169.13 ล้านหุ้น SCGP มีแผนจะใช้เงิน IPO ไปกับ 1) การขยายธุรกิจทั่งแบบ Organic และ Inorganic 2.7 หมื่นลบ. โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างศึกษาทั้งในเวียดนามและอินโดนีเซีย; 2) ชำระคืนเงินกู้ยืม 1.2-1.3 หมื่นลบ.; และ 3)ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน 0-4.5 พันลบ. ตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา SCGP มีการทำ M&P หลากหลายดีล อาทิ การซื้อหุ้น55% มูลค่า 2.1 หมื่นลบ. ใน Fajar ซึ่งเป็นผู้ผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์อันดับ 2 ของอินโดนีเซีย, การซื้อหุ้น 80% มูลค่า 4.3 พันลบ. ใน Visy Packaging ซึ่งเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์คงรูปสำหรับบรรจุอาหารที่มีคุณสมบัติป้องกันการซึมผ่านชั้นนำในเอเชีย, และการเสนอซื้อหุ้นสัดส่วนข้างมากใน SOVI ซึ่งเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูกชั้นนำในเวียดนามสะท้อนถึงประสบการณ์และความชำนาญในการทำ M&P ซึ่งเราคาดว่าจะมีดีลใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกจากการใช้เงิน IPO

กำไรยังเติบโตต่อเนื่อง

แนวโน้มกำไรเติบโตต่อเนื่องในปีหน้า กำไร SCGP 1H63A อยู่ที่ 3.6 พันลบ. (+40%YoY) โดยหากไม่รวม FX, ต้นทุนการเงิน, และอัตราภาษีที่ต่ำกว่าปกติ (จากการปรับลดอัตราภาษีของอินโดนีเซีย (สัดส่วนรายได้ 14%)จาก 25% เป็น 22% ในปี63-64 และเป็น 20% ตั้งแต่ปี 65 เป็นต้นไป) กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 5.6 พันลบ.(+26%YoY) ด้วยแรงหนุนจาก 1) รายได้ +11%YoY สู่ 4.6 หมื่นลบ. จากการรวม Fajar+Visy; 2) GPM ดีขึ้นเป็น 22.5% จากต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนพลังงานลดลงและสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้นและ 3) SG&A เพิ่มขึ้นด้วยอัตราต่ำกว่าอัตรากำไรขั้นต้นที่เติบโต ทั้งนี้หากมองว่ากำไร 2H63F ใกล้เคียงเดิม เราคาดกำไรทั้งปีนี้อยู่ที่ราว 7.0 พันลบ. (+33%YoY) สำหรับทิศทางกำไรปี หน้า คาดอยู่ในช่วง 7.5-8.0 พันลบ. หรือ EPS 1.70-1.81บ. (Fully Diluted) จาก 1) มี 4 โครงการขยายกำลังการผลิตทยอยสร้างเสร็จ มูลค่าลงทุน 8.2 พันลบ. ทำให้รายได้การขายเพิ่มขึ้น 8-9% (คาดกำไรส่วนเพิ่มเต็มปี ราว 400 ลบ.-อิง ROA 5%); 2) การรวมผลงานของ SOVI และดีลM&P ใหม่ๆ 3) เกิดการประหยัดต่อขนาด ซึ่งน่าจะทำให้อัตรากำไรดีขึ้น; และ 4) ต้นทุนการเงินลดลงราว -500 ลบ.จากการคืนเงินกู้ยืม

มูลค่าตลาด 1.5 แสนลบ. เข้าเกณฑ์ SET50 หากอิงจำนวนหุ้นจดทะเบียน 4,253.55 ล้านหุ้น และราคา IPO 35 บ. จะได้มูลค่าตลาดของ SCGP ราว 1.5 แสนลบ. ซึ่งคิดเป็ น 1.1% ของมูลค่าตลาดของ SET13 ล้านลบ.และเป็นลำดับที่ 20 ของ SET50+SET100 ทพให้เข้าหลักเกณฑ์การเป็นหลักทรัพย์ใหม่ที่มีขนาดใหญ่ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อหลักทรัพย์ระหว่างรอบ โดยหากอิงแนวปฏิบัติก่อนหน้านี ้ เราคาดว่า SET จะประกาศให้ SCGP

เข้าคำนวณ SET50 ในเย็นวันนี ้ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มความน่าสนใจให้กับหุ้น SCGP มากยิ่งขึ้น

จึงแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 39-45 บ. เนื่องจากไม่มี บ. ใน SET ที่มีธุรกิจใกล้เคียงกัน ตามแบบ Filing SCGP จึงได้ทพการเปรียบเทียบกับ บ. จดทะเบียนในต่างประเทศ และหุ้นใน SET ที่ประกอบธุรกิจค้าปลีก, และอาหารและเครื่องดื่ม (BJC, CPALL, และ OSP) โดยใช้ค่าเฉลี่ย P/E ที่ 25เท่า เพื่อประเมินราคาหุ้น IPO ที่เสนอขาย เราใช้ข้อมูลนี ้เป็นฐาน โดยอิง FY64F P/E 23-25x และอิง EPS ปี หน้าที่1.70-1.81 บ. จะได้ราคาเป้าหมาย SCGP เบื้องต้นที่ 39-45 บ. ซึ่งมี Upside +29% จากราคา IPO เรามองว่า SCGP เป็นหุ้น IPO ที่น่าสนใจจากความครบเครื่องในแง่มุมต่างๆรวมถึงมีกระบวนการการซื้อหุ้นใน SET ของผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินจำนวน 169.13 ล้านหุ้น (13% ของหุ้นที่เสนอขาย) หากราคาหุ้นใน SET ต่ำกว่า 35 บ. แนะนำ“ซื ้อ”

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่สพคัญได้แก่ การแข่งขัน การขาดแคลนวัตถุดิบหรือต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น การไม่ประสบความสำเร็จในการลงทุนในเชิงกลยุทธ์ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและปัจจัยภายนอกอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการผลิตภัณฑ์

www.mitihoon.com