PTTGC ฟาดผลงานแรง1,500% รับทรัพย์‘ธุรกิจโอเลฟินส์’ (28/01/64)

125

มิติหุ้น – PTTGC กูรูคาดกำไรไตรมาส 4/63 พุ่งทะยานกว่า 1,500% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน รับอานิสงส์โอเลฟินส์ได้แรงหนุนจากการผลิต บวกกำไรสูงตามทิศทางราคาน้ำมัน ส่วนปี 64 คงมุมมองบวกผลงานฟื้นตัวเด่นต่อเนื่อง แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 70 บาท

ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น” รายงานว่า บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ PTTGC แกนนำของธุรกิจเคมีภัณฑ์ (Chemical Flagship) ของกลุ่ม ปตท. โดยฝ่ายวิจัย บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า คาดกำไรไตรมาส 4/63 ไว้ที่ 6,000 ล้านบาท เติบโต 565% เทียบจากไตรมาสก่อน และเติบโตสูง 1,510% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน  เป็นผลมาจากผลการดำเนินงานหลักโดยเฉพาะโอเลฟินส์ที่ได้แรงหนุนจากทั้งอัตราการผลิต และอัตรากำไรที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน  ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังมีกำไรสต็อกน้ำมัน และกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาเพิ่ม โดยหากเป็นไปตามคาดประมาณการปี 63 จะมี Upside หลังรายงานงบวันที่ 15 ก.พ. ส่วนปี 64 ยังคงมุมมองบวกต่อทิศทางผลประกอบการที่จะฟื้นตัวได้ดีกว่าคู่แข่งในกลุ่มอุตสาหกรรมขั้นปลาย (โรงกลั่น  ปิโตรเคมี)  ดังนั้น  แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 67.00 บาท

ผลงานโตเด่น-เคาะเป้า70บ.

ฝ่ายวิจัย บล.เคทีบีเอสที ระบุว่า  คงมุมมองกำไรปี 64 ฟื้นตัวโดดเด่น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1. การเพิ่มกำลังการผลิตปิโตรเคมี, 2. อัตราการใช้กำลังการผลิต (utilization rate) ของผลิตภัณฑ์รวมโพลีเมอร์ (polymers) ที่สูงขึ้นสอดคล้องกับอุปสงค์ที่ดีขึ้น และ 3.ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (crack spread) ที่คาดว่าจะสูงขึ้นหลังจากมีการใช้วัคซีน COVID 19 ดังนั้น แนะนำ “ซื้อ”  เป้าหมาย 70  บาท

ทุ่ม5.2พันล.ปรับปรุงโรงโอเลฟินส์  

ขณะที่ล่าสุดบริษัทฯ แจ้งที่ประชุมคณะกรรมบริษัทได้มีมติอนุมัติให้ดำเนินโครงการปรับปรุงโรงโอเลฟินส์หน่วยที่ 2 ซึ่งจะทำให้โรงโอเลฟินส์หน่วยที่ 2 ของบริษัท สามารถใช้โพรเพนเป็นวัตถุดิบในการผลิตได้เพิ่มขึ้น โดยโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ในการเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ทั้งนี้ปัจจุบันรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และบริษัทได้ดำเนินการลงนามสัญญาออกแบบวิศวกรรม การจัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์ การก่อสร้าง (Engineering, Procurement & Construction) แล้วในวันที่ 22 ม.ค.64 ซึ่งตามแผนงานคาดว่าจะสามารถดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 1/66 โดยมีมูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 165 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 5,198 ล้านบาท

www.mitihoon.com