หุ้นเทิร์นอะราวด์ ราคาต่ำบาท

41949

 

ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ค่อนข้างผันผวนตามปัจจัยบวกและลบของทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้นการลงทุนในตลาดหุ้น นักลงทุนควรมีความรู้ด้านพื้นฐาน และ สัญญาทางเทคนิคประกอบ และวันนี้ “นสพ.มิติหุ้น” ได้คัดสรร “หุ้นพื้นฐานดี-เข้าโหมดเทิร์นอะราวด์-แต่ราคายังต่ำบาท” มาให้นักลงทุน “เลือกสะสม”กันจร้า++++

นำโดย CCP บมจ.ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี ซึ่งหุ้นตัวนี้ทำผลงานดีมาโดยตลอด และเมื่อปี 63 ที่ผ่านมาคว้ากำไรสุทธิทำนิวไฮถึง 83.11 ล้านบาท แถมบอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลหุ้นละ 0.03 บาท ส่วนทิศทางธุรกิจปี 64 กำไรส่อแววทำนิวไฮไม่หยุด เพราะจะได้รับอานิสงส์ภาครัฐเร่งเดินหน้างานโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน , โครงการถนนสายรองในพื้นที่อู่ตะเภา มาบตาพุด ชลบุรี, โครงการพัฒนาท่าเรือ แหลมฉบัง , ท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 ,งานถนน อาคารสำนักงาน และนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ EEC  ล้วนทำให้ความต้องการ“ผลิตภัณฑ์คอนกรีต” เพิ่มขึ้นเป็น “หลายเท่าตัว” ทำให้ CCP มีโอกาสได้รับออเดอร์ครั้งใหญ่

“บิ๊ก อาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม” กรรมการผู้จัดการ CCP มั่นใจปริมาณออเดอร์จะไหลเข้ามามากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ดังนั้นบริษัทจึงเร่งออกสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ หวังรองรับงานโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งงานถนน งานสะพาน งานเอาสายไฟฟ้าลงใต้ดิน เพื่อขยายฐานลูกค้าทั่วภูมิภาค และมั่นใจปี 64 ผลงานจะเติบโตต่อเนื่องแน่นอน

 

ราคาหุ้น CCP ปิดตลาด (12 มี.ค.64) ที่ 0.53 บาท เพิ่มขึ้น 0.07 บาท หรือ เพิ่มขึ้น 15.22% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 124.51 ล้านบาท

 

ESTAR บุ๊กโครงการใหญ่ ลุ้นนำท่ีี่ดินล็อตใหญ่ปลูกกัญชง-กัญชา

ESTAR หรือ บมจ.อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท ผู้พัฒนาอสังหาฯขายหรือให้เช่า และธุรกิจสนามกอล์ฟ ในกรุงเทพฯและจ.ระยอง ซึ่ง ESTAR เป็นหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง กำไรสะสมสูง D/E ต่ำเพียง 0.48 เท่า P/BVเพียง 0.52 เท่า ราคาหุ้นยังต่ำกว่าบุ๊กแวลูที่ 0.96 บาท

ส่วนในปี 64 จะเดินหน้าบุ๊กรายได้ล็อตใหญ่จาก 3 โครงการใหม่ ทั้งในกรุงเทพและจ.ระยอง อาทิ โครงการ “ควินทารา ทรีเฮ้าส์ สุขุมวิท 42” มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท ,โครงการ “ควินทารา ภูม สุขุมวิท 39” มูลค่า 1,300 ล้านบาท และโครงการ “ควินทารา คีเนท รัชดา 12” มูลค่า 1,188 ล้านบาท และในปี64 มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ๆ 3-4 โครงการ

ที่สำคัญ ESTAR มีที่ดินแปลงใหญ่ในมือกว่า 10 แปลง หรือกว่า 1,000 ไร่ คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.87 พันล้านบาท โดยเป็นที่ดินทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ- นนทบุรี-พระราม 3 -จ.ระยอง โดยเฉพาะที่ดินใน ต.มาบข่า อ.เมือง จ.ระยอง กว่า 600 ไร่นั้น ปัจจุบันมีกระแสข่าวว่า “มีกลุ่มพันธมิตรรายใหญ่เข้าเจรจาซื้อที่ดินเพื่อสร้างนิคมฯ และปลูกกัญชง-กัญชาด้วย หากการเจรจาเป็นผลสำเร็จจะทำให้ ESTAR มีกำไรพิเศษก้อนโตเลยที่เดียว

ราคาหุ้น ESTAR ปิดตลาด (12 มี.ค.64)ที่ 0.51 บาท เพิ่มขึ้น 0.01 บาท หรือ เพิ่มขึ้น 2% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.61 ล้านบาท

SKR ผนึกพันธมิตรรุกพลังงานภาครัฐ

SKE บมจ.สากล เอนเนอยี ผู้ทำธุรกิจสถานีก๊าซธรรมชาติหลักเอกชน ล่าสุดมาเอาดีทางด้าน “ธุรกิจพลังงานทดแทน”  หลังจากในปี 63 บุ๊กกำไรและรายได้ “โรงไฟฟ้าชีวมวลแม่กระทิง” ขนาด 8 MW เต็มปี จนดันกำไรทั้งปี 63 เติบโตกว่า 35% จากปีก่อน 62  ล่าสุด SEK ยังอยู่ระหว่างซุ่มลงทุนครั้งใหญ่ เข้าชิงโรงไฟฟ้าชุมชนของภาครัฐ และลงทุนโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มเพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจด้านพลังงานของประเทศ ส่วนธุรกิจหลัก “ธุรกิจสถานีก๊าซธรรมชาติ” จะเติบโตโดดเด่นตามลำดับ

ราคาหุ้น SKE ปิดตลาด (12 มี.ค.64)ที่ 0.83 บาท ลดลง 0.02 บาท หรือ ลดลง 2.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.32 ล้านบาท

HPT ออเดอร์ “สหรัฐฯและยุโรป”ไหลเข้า

HPT บมจ.โฮม พอตเทอรี่ ทำธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบดินเผาประเภทไฟน์ไชน่าเพื่อใช้บนโต๊ะอาหารและเป็นเครื่องใช้ในครัว สำหรับโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหารหรือบ้านที่อยู่อาศัย มั่นใจปี 64 ทั้งกำไรและรายได้จะเติบโตโดดเด่น เพราะกำลังคว้าออเดอร์ใหญ่จาก “สหรัฐฯและยุโรป” แถมยังได้รับงานใหม่พัฒนาสินค้าให้กับแบรนด์แฟชั่น-เครื่องใช้ในครัวเรือนชั้นนำ “ระดับโลก” ล่าสุดมีออเดอร์ล็อตแรกเข้ามาในปริมาณสูง

ส่งที่น่าจับตา คือ  HPT มีที่ดินในภาคใต้ที่รอการพัฒนากว่า 30 ไร่ ซึ่งบริษัทมีแผนนำมาพัฒนาเป็นพื้นที่ปลูกกัญชง เพื่อนำมาแปรรูปและจำหน่าย ขณะที่ปัจจุบันเริ่มมีการเจรจาออเดอร์ล่วงหน้าแล้ว คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปีนี้

ราคาหุ้น HPT ปิดตลาด (12 มี.ค.64)ที่0.88 บาท ลดลง 0.02 บาท หรือ ลดลง 2.22% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.38 ล้านบาท

KIAT ซุ่มทำดีลดีรีเจ้นท์

KIAT บมจ.เกียรติธนา ขนส่ง หรือ KIAT ผู้นำด้านการให้บริการขนส่ง ทิศทางธุรกิจปี 64 มั่นใจจะเติบโตต่อเนื่อง เพราะบริษัทยังคงใช้กลยุทธ์เน้นตลาด Niche Market ที่ให้มาร์จิ้นสูง มีคู่แข่งขันน้อยราย แถมขณะนี้ KIAT อยู่ระหว่างเตรียมแผนเข้ารับงานใหญ่กว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงาน “ขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ” ให้กับบริษัทผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่ในไทย คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆนี้

รวมถึงอยู่ระหว่างทำดีล M&A ธุรกิจโลจิสติกส์ 2-3 ดีล ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการ“ทำดีลดีรีเจ้นท์” คาดจะเห็นความชัดเจนภายในไตรมาส 2/64 นี้ มั่นใจหากปิดดีลสำเร็จจะเป็นการขยายเครือข่ายการให้บริการขนส่งและผลักดันให้กำไรเติบโตก้าวกระโดดในอนาคต

ราคาหุ้น KIAT ปิดตลาด (12 มี.ค.64)ที่ 0.56 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 22.29 ล้านบาท

AKR ครองแชมป์กำไรทำนิวไฮ

AKR บมจ.เอกรัฐวิศวกรรม หรือ AKR ทำธุรกิจผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าและบริการซ่อมบำรุง และรับออกแบบติดตั้งรวมทั้งก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย ในปี 64 คาดจะครองแชมป์กำไรทำนิวไฮต่อเนื่อง ด้วยกลยุทธ์เน้นรับงานภาครัฐบาล ทำให้มีโอกาสได้รับงานมหาศาล เพราะภาครัฐกำลังเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 64 เพื่อขยายลงทุนการไฟฟ้าทุกภาคส่วน โครงการรถไฟฟ้า โครงการพลังงาน และ โครงการ EEC ซึ่งทำให้ความต้องการ “หม้อแปลงไฟฟ้า” เพิ่มขึ้น

ล่าสุด AKR เตรียมเข้าประมูลงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 3 พันล้านบาท แบ่งเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ประมาณ 2 พันล้านบาท และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประมาณ 1 พันล้านบาท คาดจะได้รับงานเป็นจำนวนมาก และเตรียมร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเข้าชิง “โรงไฟฟ้าภาครัฐ” อีกด้วย  “ไม่แน่ว่าอาจจะเห็นการประกาศข่าวใหญ่”เร็วๆนี้

ราคาหุ้น AKR ปิดตลาด (12 มี.ค.64)ที่ 0.82 บาท ลดลง 0.03 บาท หรือ 3.53% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 21.30 ล้านบาท

UKEMยืนเหนือ 1 บาท สำเร็จ

ขอปิดท้ายด้วย UKEM หรือ บมจ.ยูเนี่ยน ปิโตรเคมีคอล ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีประเภทสารทำละลาย (Solvents) แม้ปัจจุบันราคาหุ้นจะสามารถ “ยืนเหนือ 1 บาท” ได้ แต่ก็เชื่อว่ามีโอกาสไปต่อได้แน่นอน เพราะ “บิ๊ก พีรพล สุวรรณนภาศรี” กรรมการผู้จัดการ UKEM มั่นใจปี 64 กำไรและรายได้จะเติบโตต่อเนื่อง ซึ่ง “เป็นปีของการเก็บเกี่ยว” เพราะธุรกิจเดิมเริ่มมีปริมาณออเดอร์จากฐานลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่เข้ามามากขึ้น ทั้งกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ,สินค้าอุปโภคบริโภค, เคมี, สี และชิ้นส่วนยานยนต์

รวมถึงเริ่มรับรู้กำไรและรายได้จากธุรกิจใหม่ๆ อย่าง ธุรกิจการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ ของ  “บ.มหานครแคปปิตอล” ( UKEM ถือหุ้น 60%) ปัจจุบันยอดขอสินเชื่อเข้ามามากขึ้น ซึ่งในอนาคตบริษัทมีแผนร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อขยายพอร์ตสินเชื่ออีกด้วย

ราคาหุ้น UKEM ปิดตลาด (12 มี.ค.64)ที่ 1.01 บาท เพิ่มขึ้น 0.07 บาท หรือ 7.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 64.32 ล้านบาท

>>> นี้คือตัวอย่างหุ้นที่คาดผลงานในปี 64 จะเติบโตโดดเด่น แถมขึ้นชาร์ต“หุ้นพื้นฐานดี-เข้าสู่โหมดเทิร์นอะราวด์-ราคายังต่ำบาท” แต่ในตลาดหุ้นยังมีหุ้นต่ำบาทอีกหลายตัวที่ “น่าจับตามมอง” ไม่ว่าจะเป็น  B-PRIME,SGF-VPO-B-GLOCON-SAM-ARIN ฯลฯ อย่างไรก็ดี ต้องศึกษาก่อนเข้าลงทุนนะจ๊ะ+++

www.mitihoon.com