เปิดวาร์ป หุ้นรับผลบวก WFH นาทีนี้ ไม่มี … (ไม่ได้แล้ว!!!)

3395

สถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 ระลอกใหม่ที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ภาครัฐต้องยกระดับการควบคุมในพื้นที่ระบาดหนัก โดยปรับสีเป็น “แดงเข้ม” หรือ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 6 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ, ชลบุรี, เชียงใหม่, นนทบุรี, ปทุมธานี และสมุทรปราการ และเพิ่มจังหวัดพื้นที่สีแดง(ควบคุมสูงสุด)จาก 18 จังหวัดเป็น 45 จังหวัด โดยในส่วนของฟื้นที่สีแดงเข้มให้สวมหน้ากากในที่สาธารณะ, ห้ามจัดกิจกรรมเกิน 20 คน, ห้ามทานอาหารในร้าน(ให้ Take home ได้ถึง 21.00 น.) ห้างสรรพสินค้าเปิดได้ถึง 21.00 น. ร้านสะดวกซื้อเปิด 04.00-23.00 น. ห้ามใช้อาคารสถานที่จัดการเรียนการสอนหรือจัดกิจกรรมรวมคน ให้ชะลอการเดินทาง และให้ Work from home ต่อเนื่อง เป็นต้น

ทั้งนี้ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า การยกระดับการควบคุม จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยภาพรวม รวมถึง SET INDEX ในกรอบจำกัด เพราะ (1) Earning Momentum ของ SET INDEX ยังเป็นบวกจากการเปิดเผยงบ ไตรมาส 1/64 ของกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และสถาบันการเงินที่ออกมาดีกว่าคาด (2) ทุกครั้งที่ยกระดับมาตรการควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อ จะลดลงภายใน 1 สัปดาห์ (3) การกระจายวัคซีนที่เร่งตัวขึ้น ในเดือน พ.ค. – มิ.ย. 64 จะช่วยลดแรงกดดันต่อกลุ่ม Re-opening play (4) ศบค.และทีมเศรษฐกิจ จะมีการออกมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมในเดือน พ.ค. 64

โดยหุ้นที่ได้ประโยชนจ์าก Work from home ใน coverage ของฝ่ายวิจัยคือ AJ, ILM, SYNEX, SCGP และ ADVANC เป็นต้น

AJ โตโดดเด่นราคายังมีอัพไซด์

สำหรับ บมจ. เอ.เจ.พลาสท์ หรือ AJ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมฟิล์มพลาสติก และมีรายได้หลักจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก เน้นไปที่บรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ฝ่ายวิจัยมองตลาดบรรจุภัณฑ์พลาสติกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มเติบโต 6.2% CAGR จนถึงปี 2569 โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (ยกเว้นจีนและอินเดีย) ที่มีโอกาสเติบโตในระดับ 20% CAGR เนื่องมาจากการ Urbanization ของประเทศต่างๆ ซึ่งทำให้มีความต้องการบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ Demand ของอุตสาหกรรมยังได้รับแรงหนุนจากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก ที่มีความต้องการใช้สินค้า Hygiene และ Packaged Food สูง คงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ได้ปรับราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2564 ลงเป็น 22.50 บาท อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นยังมี Upside จากการทำ JV ร่วมกับกลุ่ม SCC ในเวียดนาม คาดเริ่มรับรู้รายได้จาก JV ดังกล่าวในปี 2565 นอกจากนี้ AJ ยังคงอยู่ในช่วงยื่นคำร้องกับกรมการค้าต่างประเทศในการประกาศใช้มาตรการป้องกันการทุ่มตลาด (AD)

ILM โกยเงินช่องทางออนไลน์

ส่วน บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ หรือ ILM ฝ่ายวิจัยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/64 ที่ 140 ล้านบาท ลดลง -2.2% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากรายได้ถูกกระทบจาก COVID-19 ระลอกใหม่ แต่โตถึง 18.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นผลจากการคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปรับกลยุทธ์ในการเพิ่มสัดส่วนช่องทางออนไลน์ + Younique ด้านแนวโน้มไตรมาส 2/64 คาดโตเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากฐานที่ต่ำ และการเพิ่มช่องทางขายใหม่ อย่างไรก็ตาม Valuation ยังถูกสุดในกลุ่ม PER2564 เพียง 12 เท่า มีปันผล 4-5% ต่อปี จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 17.00 บาท/หุ้น

SCGP ปัจจัยบวกรอบทิศ-กูรูอัพเป้า60บ.

สำหรับ บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง หรือ SCGP บล. กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ภาพรวมรายได้ยังเติบโตอย่างโดดเด่น หนุนจากการเติบโตที่แข็งแกร่ง และการเข้าซื้อ Go-Pak (บรรจุภัณฑ์อาหาร) และ SOVI (บรรจุภัณฑ์ลูกฟูก) ฝ่ายวิจัย จึงแนะนำ “ซื้อ” และ ปรับราคาเป้าหมายเป็น 60 บาท โดยมีปัจจัยบวกจากกำลังการผลิตใหม่ที่ Visy จะเริ่มดำเนินงานในไตรมาส 2/64 นี้ ซึ่ง Visy ผลิตฟิลม์บรรจุอาหาร มีอัตรา EBITDA สูงที่ สุด (20%+ เทียบกับ 18-20% ของ IPC รวม) และการเข้าซื้อผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พอลีเมอร์คงรูป Duy Tan ในเวียดนามจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2/64 โดย SCGP จะได้ข้อสรุปในการเข้าซื้อบริษัทบรรจุภัณฑ์อีกแห่งในอินโดนิเซียในช่วงครึ่งปีหลังปี 64 ซึ่งกำลังการผลิตในจะหนุนแนวโน้มกำไรในปีนี้

SYNEX โตต่อเนื่องจากยุค5G-เด่นระยะยาว

ส่วน บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNEX ทาง บล.เคทีบีเอสที ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า ฝ่ายวิจัยได้ปรับราคาเป้าหมายหุ้น SYNEX ขึ้นเป็น 36 บาท อิง 2565 PER 32x จากเดิมที่ 25 บาท อิง 2564 PER 28x โดยประเมินว่า SYNEX ควรที่จะเทรด premium มากขึ้นจากอดีต จากผลการดำเนินงานในระยะยาวของบริษัทจะขยายตัวที่ 63-65 core EPS CAGR +31% ที่มีปัจจัยหนุนจากการเข้าสู่ยุค 5G, Wi-Fi 6 และ smart environment ที่ทำให้ความต้องการอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี 5G และ IoT เพิ่มขึ้น, การเพิ่มแบรนด์สินค้า และประเภทสินค้าที่จำหน่ายมากขึ้น และประเมินว่าบริษัทมีโอกาสที่จะได้รับความร่วมมือเป็น partner หรือ online official store ให้กับสินค้าแบรนด์ต่างๆ เพิ่มขึ้นสูง