สิทธิพิเศษเมื่อลงทุนผ่านระบบ Premier Online

15

มิติหุ้น –  จากมาตรการควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลทำให้เกิดข้อจำกัดในการทำธุรกรรมลงทุนในกองทุนรวมของลูกค้าทั่วไป รวมไปถึงกลุ่มลูกค้านิติบุคคลด้วย ทาง บลจ.ยูโอบีจึงได้เตรียมความพร้อมช่องทางการลงทุนออนไลน์ UOBAM Invest Application และ Premier Online เพื่อรองรับการทำรายการลงทุนในกองทุนรวมภายใต้แนวคิด ‘New Normal, Stay Invest with Social Distancing’ และได้จัดให้มีสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้านิติบุคคลที่ลงทุนในกองทุนรวม TCMF-I และ และ UFFF-I ยอดเงินลงทุนสะสมสุทธิ* ทุกๆ 1,000,000 บาท ตั้งแต่ 19 สิงหาคม – 30 กันยายน 2564 รับฟรี หน่วยลงทุน กองทุนเปิด ยูโอบี ชัวร์ เดลี มูลค่า 200 บาท ผ่านระบบ Premier Online หรือ แอปพลิเคชัน UOBAM Invest รายละเอียดโปรโมชั่น https://www.uobam.co.th/srcm/publication/mlp79l2b5/9l/2b/o0x0/Promotion-Top-up-1M-get-200-Corporate_final.pdf

บลจ.ยูโอบี มีมุมมองว่าปัจจุบันสถานการณ์การระบาดของไวรัส Covid 19 มีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่การเข้าถึงวัคซีนที่มีคุณภาพที่แตกต่างกันของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ภาพรวมการฟื้นตัวเศรษฐกิจแตกต่างกัน  ในส่วนของประเทศไทยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังขึ้นกับการเร่งฉีดวัคซีน แม้ว่าเริ่มมีการผ่อนคลายการล็อคดาวน์และเริ่มทยอยเปิดเมือง ทำให้สร้างความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นได้บ้าง แต่คุมการระบาดของไวรัสให้มีประสิทธิภาพจะเป็นประเด็นหลักที่ต้องติดตาม ด้วยสถานการณ์กล่าว ทำให้นโยบายการเงินโดยเฉพาะนโยบายดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อไป เพื่อประคอง เศรษฐกิจให้ก้าวข้ามผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ นอกจากนี้เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา พ.ร.บ. สถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ. 2551 ได้ปรับลดวงเงินความคุ้มครองเหลือ 1 ล้านบาท โดยหากสถาบันการเงินมีปัญหาหรือล้มละลาย สถาบันการเงินอาจจะชดเชยผู้ฝากเงินได้ตามจำนวนเงินฝากจริงแต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ต่อ 1 สถาบันการเงิน  ซึ่งทำให้ผู้ฝากเงินอาจต้องมีการกระจายการลงทุนมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยง

จากสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อตอบโจทย์ลูกค้านิติบุคคลที่ต้องการกระจายความเสี่ยงดังกล่าว หรือต้องการบริหารสภาพคล่องระยะสั้น การลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินและกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีความน่าสนใจ ในขณะเดียวกันการเลือกลงทุนในกองทุนที่มีการกระจายไปยังตราสารหนี้เอกชนที่มีคุณภาพยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจ ทำให้ไม่ได้เสียโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในช่วงอัตราดอกเบี้ยต่ำได้ด้วย”

อย่างไรก็ตามการลงทุนในตราสารหนี้เอกชนโดยทั่วไป นอกเหนือจากการพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือ หรือ Credit rating ของตราสารนั้นๆ แล้ว  การเลือกลงทุนในบริษัทของผู้ออกตราสารที่มีการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการการลงทุนด้านความยั่งยืนของธุรกิจ (Environment, Social and Governance : ESG) จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน และเชื่อว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ระยะยาว ปัจจุบันทาง บลจ.ยูโอบี ได้มีการนำปัจจัยด้าน ESG เข้ามาปรับใช้ในการคัดเลือกผู้ออกตราสารที่กองทุนจะเข้าลงทุนสำหรับลูกค้านิติบุคคล คือ

กองทุนเปิด ไทย แคช แมเนจเม้นท์ ชนิดเพื่อผู้ลงทุนนิติบุคคล (TCMF-I) กองทุนมีระดับความเสี่ยง 1 เป็นกองทุนตลาดเงินที่มีสภาพคล่องสูง ลงทุนในตราสารภาครัฐฯและตราสารหนี้เอกชนคุณภาพที่อันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ A- ขึ้นไป เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการพักเงินในระยะสั้น โดยคาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป  กองทุนนี้ไม่มีการลงทุนในต่างประเทศจึงไม่มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน รายละเอียดกองทุน https://www.uobam.co.th/th/mutual-fund/00545/TCMF-I

กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ฟิกซ์ อินคัม ฟันด์ ออฟ ฟันด์ หน่วยลงทุนชนิดเพื่อผู้ลงทุนนิติบุคคล (UFFF-I) กองทุนมีความเสี่ยงระดับ  เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้นทั่วโลก เปิดโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทชั้นนำในต่างประเทศ โดยกองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ รายละเอียดกองทุน https://www.uobam.co.th/th/mutual-fund/00715/UFFF-I

 

🚩🚩ห้อง Official Line ห้องไลน์ฟรี มิติหุ้น ทันทุกสถานการณ์การลงทุน หุ้นเด่น หุ้นเด็ดตลอดวัน กับห้องไลน์ @mitihoonwealth ห้องไลน์ที่นักลงทุนเข้าเป็นสมาชิกฟรี ไม่มีเงื่อนไข เพียงคลิกลิงค์นี้ก็เข้าได้เลย และสามารถส่งต่อให้เพื่อนได้

https://lin.ee/cXAf0Dp