ผู้ถือหุ้นอนุมัติ EFORL เพิ่มทุน-คลอดวอร์แรนต์ ระดมทุน 2,100 ลบ.ลุยธุรกิจเครื่องมือการแพทย์เต็มสูบ! ปักธงปี 65 รายได้โต 20% ทะลุ 2,400 ลบ.

123

มิติหุ้น   –  นายปรีชา นันท์นฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จํากัด  (มหาชน) (EFORL) ตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 9 ก.พ. 2565 ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) ของบริษัทฯ จากเดิมมูลค่าหุ้นละ 0.075 บาท เป็นมูลค่าหุ้นละ 0.75 บาท พร้อมทั้งอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 1,199.36 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.75 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท รุ่นที่ 5 (EFORL-W5) และรุ่นที่ 6 (EFORL-W6)

โดยการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทรุ่นที่ 5 (EFORL-W5) จำนวนไม่เกิน 799,572,989 หน่วย เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) ในอัตราส่วน 5:1 เสนอขายในราคา 0.40 บาทต่อหน่วย อายุ 1 ปี ราคาใช้สิทธิหุ้นละ 1 บาท และใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทรุ่นที่ 6 (EFORL-W6) จำนวนไม่เกิน 399,786,494 หน่วยให้แก่ถือหุ้นเดิมที่ใช้สิทธิจองซื้อใบสำคัญแสดงสิทธิ รุ่นที่ 5 (EFORL-W5) ตามสัดส่วน 2:1 ( 2 หน่วย EFORL-W5 ต่อ 1 หน่วย EFORL-W6) เสนอขายโดยไม่คิดมูลค่าอายุใบสำคัญแสดงสิทธิ 3 ปีนับจากวันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ และราคาใช้สิทธิจะเท่ากับ 2.50 บาท

“หากบริษัทฯได้รับเงินจากการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ และผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเต็มจำนวน จะได้เม็ดเงินระดมทุนประมาณ 2,100 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี ทำให้สามารถมีโอกาสขยายงานใหม่ๆ ผลักดันผลการดำเนินงานโตแบบก้าวกระโดด นำไปสู่การปลดเครื่องหมาย C ได้เร็วขึ้น”

สำหรับเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน  เนื่องจากปัจจุบันบริษัทฯได้รับคำสั่งซื้อเครื่องมือทางการแพทย์เป็นจำนวนมาก และรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์เชื่อมต่อทางการแพทย์ IOMT (Internet of Medical Things)  และลดสัดส่วน D/E Ratio ทำให้โครงสร้างทางการเงินมีความแกร่ง ส่งผลดีกับบริษัทฯในระยะยาว

ประธานเจ้าหน้าบริหาร EFORL กล่าวอีกว่า บริษัทฯตั้งเป้ารายได้ปี 2565 เติบโต 20% จากปีที่ผ่านมามีรายได้รวมมากกว่า 2,000 ล้านบาท  ซึ่งจะมาจากการขยายตลาดในส่วนของฐานลูกค้าเดิมและกลุ่มลูกค้าใหม่ รวมทั้งการขยายในส่วนของผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มขึ้น และธุรกิจเกี่ยวเนื่องทางเครื่องมือทางการแพทย์  ซึ่งธุรกิจดังกล่าวมีการเติบโตต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต อยู่ใน Mega Trend และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ยิ่งเป็นอีกปัจจัยหนุนสำคัญ ที่ส่งผลให้ความต้องการเครื่องมือทางการแพทย์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ห้อง Official Line ห้องไลน์ฟรี มิติหุ้น ทันทุกสถานการณ์การลงทุน หุ้นเด่น หุ้นเด็ดตลอดวัน กับห้องไลน์ @mitihoonwealth ห้องไลน์ที่นักลงทุนเข้าเป็นสมาชิกฟรี ไม่มีเงื่อนไข เพียงคลิกลิงค์นี้ก็เข้าได้เลย และสามารถส่งต่อให้เพื่อนได้

https://lin.ee/cXAf0Dp