“PLANET ปลื้ม! ธุรกิจใหม่ดันรายได้ หนุนกำไร Q1/65

84

มิติหุ้น  –   นายประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANET ผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลแบบครบวงจร เปิดเผยว่า  ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการจำนวน 112.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.58 ล้านบาท หรือ 33.88% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี 2564  ที่มีรายได้จากการดําเนินงาน 84.36 ล้านบาท โดยสาเหตุหลัก มาจากการขายงานโครงการในธุรกิจด้านสาธารณูปโภค 33.17 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการดําเนินงานที่เป็นไปตามแผนการลงทุนในธุรกิจใหม่ของกลุ่มบริษัทได้เป็นอย่างดี

             “ จากการดําเนินงานตามแผนการลงทุนในการขยายธุรกิจเพิ่มเติมโดยมุ่งตลาดสินค้า New S Curve และกลุ่มธุรกิจใหม่อย่างการบริหารจัดการด้านสาธารณูปโภค เช่น โครงการบริหารจัดการนํ้าสูญเสีย และงานบริหารจัดการโครงการ EEC SILICON TECH PARK ส่งผลให้ในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนส่งผลให้ในไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทฯ ยังสามารถทํากําไรสุทธิได้ถึง 2.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกําไรสุทธิ 0.13 ล้านบาท” นายประพัฒน์กล่าว

             นอกจากนี้ จากการบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่ายในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 และ ปี 2564 เท่ากับ 23.59 ล้านบาทและ 21.03 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 20.68 และ 24.54 ของรายได้รวมตามลําดับ สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเมื่อเทียบกับรายได้รวมปรับตัวลดลงจากไตรมาสเดียวกันปี 2565

             ขณะที่ ต้นทุนขายและบริการในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 มีจํานวน 76.51 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 67.75 ของรายได้จากการขายสินค้าและบริการ ส่งผลให้มีอัตรากําไรขั้นต้นร้อยละ 32.25 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ปี 2564 ซึ่งมีต้นทุนขายและบริการคิดเป็นอัตราร้อยละ 60.88 และกําไรขั้นต้นคิดเป็นอัตราร้อยละ 39.12 จะพบว่าอัตราต้นทุนขายและบริการเมื่อเทียบกับรายได้จากการดําเนินงานในไตรมาสนี้ เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2564

             “นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนแนวทางการส่งเสริมการขายให้สอดคล้องกับยุค New Normal ยังเป็นเหตุผลหลักที่ทําให้ในไตรมาสที่ 1 ปี 2565  บริษัทฯ มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขาย เมื่อเทียบกับยอดขายลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีค่าใช้จ่ายในการขายเท่ากับ 8.81 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.73 ของรายได้รวม ลดลงจากไตรมาสเดียวกันปี 2564 ที่มีค่าใช้จ่ายในการขาย 7.25 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.46”นายประพัฒน์กล่าว

             นายประพัฒน์ กล่าวต่อว่า ทิศทางธุรกิจของบริษัทฯ หลังจากนี้ มีโอกาสที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตามแผนการขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เนื่องจาก แต่ละธุรกิจมีความคืบหน้าเป็นไปตามแผน ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ของบริษัทให้ฯเติบโตเพิ่มขึ้นในอนาคต ทั้งธุรกิจด้านสาธารณูปโภค งานบริหารจัดการโครงการ EEC SILICON TECH PARK  รวมถึงธุรกิจด้านเทคโนโลยีกลุ่มระบบรักษาความปลอดภัยทางด้านไซเบอร์ (Cyber Security) และล่าสุด งานด้านการพัฒนาสถานีชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ด้วยนำการใช้เทคโนโลยี Internet of Thing ( IoT ) มาใช้ หลังจากได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ AKRไปเมื่อเร็วๆนี้ ขณะที่กลุ่มธุรกิจระบบสื่อสารโทรคมนาคมแบบครบวงจรสำหรับลูกค้าทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีโครงการประมูลใหม่ๆเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

@mitihoonwealth

https://lin.ee/cXAf0Dp