คัด ‘10หุ้นเด่น’ เข้าพอร์ต

2253

 

มิติหุ้น-ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (20-24 มิ.ย.65) รวมถึงตลาดหุ้นโลกยังมีโอกาสได้รับแรงกดดันจากการกลับมากังวลเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่สูง โดย “บล.กสิกรไทย หรือ KS” ประเมิน Fed ส่งสัญญาณจะขึ้นอีก 75 bps ในการรอบ ก.ค. ส่วนการประชุม รอบ ก.ย., พ.ย. และ ธ.ค. Fed จะขึ้นดอกเบี้ย 50 : 25 : 25 bps คาดว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐสิ้นปีนี้ จะอยู่ที่ 3.4% และสิ้นปี 66 จะอยู่ที่ 3.8% อัตราดอกเบี้ยที่สูงจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง และทำให้คาดการณ์สหรัฐจะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ขณะที่ Yield adjusted inflation ปัจจุบันขยับขึ้นมา +0.63% ทำจุดสูงสุดในรอบ 2 ปี จากก่อนหน้า Real yields ติดลบมากกว่า 1 % มา 3 ปีนับตั้งแต่ช่วง Covid-19 จากสถิติในอดีตหาก Real yields เป็นบวกและขึ้นแรงๆ พบว่าตลาดหุ้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ฯลฯ จะปรับลง และจะ Sensitive กว่าประเด็น Inverted Yield Curve

จับตาปัจจัยกระทบตลาดหุ้น

ส่วนตลาดหุ้นไทย นับตั้งแต่มีประเด็นการเกิดสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนในช่วงต้นปี สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นไทย Outperformed มากเทียบประเทศอื่นๆ เพราะกำไรบริษัทจดทะเบียนของไทยเติบโตได้ดี โดยเฉพาะ “กลุ่มพลังงาน” กำไรคิดเป็นสัดส่วนราว 31% ของกำไรทั้งหมด และกลุ่มนี้ได้ประโยชน์จากราคาพลังงานทั้งน้ำมัน ถ่านหิน แก๊สธรรมชาติ ฯลฯ ที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น และตลาดมีการปรับเพิ่มคาดการณ์ EPS ขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี

อย่างไรก็ตามหากประเมินทิศทางสภาพแวดล้อมดังกล่าว ทั้งจากราคาน้ำมันดิบไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ และมีแนวโน้มลดลงทั้งจากคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เพิ่มขึ้น , ต้นทุนของบริษัทจดทะเบียนในช่วง Q/65 ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาพลังงาน, ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายไทย ที่เห็นสัญญาณจะปรับขึ้นในช่วง Q3/65 และค่าแรงขั้นต่ำของไทยที่มีโอกาสปรับขึ้น KS ประเมินว่าอาจจะทำให้ แนวโน้ม Market EPS จะเริ่มเห็น Trend การ Downgrade ในระยะถัดไป และจะเปิด Downisde ดัชนีเป้าหมาย (หากอิง Consensus Trend คาดการณ์ EPS มีทิศทางทรงตัว อยู่ที่ 96.63 บาทต่อหุ้น)

คัด 10หุ้นเด่นเข้าพอร์ต

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน KS ประเมินแนวรับสำคัญของตลาดในรอบนี้ หากดัชนีปรับลงมา 1500/ 1530 จุด เป็นจุดที่ “ทยอยสะสม” หุ้นเด่น อย่าง

“กลุ่มโรงไฟฟ้า” เพราะกำไรของกลุ่มธุรกิจได้แตะระดับต่ำสุดไปแล้วและคาดว่าอัตรากำไรจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นจากการขึ้นค่า Ft สำหรับรอบที่ 2 และ 3  แนะนำ GULF, GPSC,BGRIM

กลุ่ม Defensive อาทิ กลุ่ม ICT แนะนำ TRUE, DTAC

กลุ่มโรงพยาบาล อาทิ BH, BDMS

กลุ่มส่งออกอาหาร อาทิ CPF, TU, ASIAN

ส่วนคำแนะนำ Sector ที่ชะลอลงทุน คือ กลุ่ม Global Play ที่ได้รับความกังวลจากเศรษฐกิจถดถอย อาทิ กลุ่มพลังงาน, กลุ่มปิโตรเครมี, กลุ่มยานยนต์, ธนาคาร, ค้าปลีก และกลุ่มที่เคยได้ประโยชน์จาก Work From home เช่นกลุ่ม Gadget อุปกรณ์ IT

@mitihoonwealth

https://lin.ee/cXAf0Dp