บริษัทไทยมีสะเทือน หลังธนาคารกลางเมียนมาออกกฎเข้มคุมทุนสำรอง สั่งให้ลูกค้าธุรกิจและรายย่อย ระงับชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยแก่เจ้าหนี้ต่างประเทศ

1118

มิติหุ้น -สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ตามมาตรการปกป้องทุนสำรองเงินตราต่างประเทศที่ลดลง ทางธนาคารกลางเมียนได้ประกาศคำสั่งส่งถึงธนาคารที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการให้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ แจ้งต่อลูกค้าธุรกิจและผู้กู้ยืมเงินรายย่อยให้ระงับการชำระดอกเบี้ยและเงินต้นที่กู้จากต่างประเทศ ที่ได้รับทั้งในรูปเงินสดและที่คล้ายเป็นเงินสด อีกทั้งให้ธนาคารที่ได้รับใบอนุญาตต้องแจ้งแก่ลูกค้าที่มีหนี้ต่างประเทศให้ปรับตารางการชำระหนี้กับเจ้าหนี้ในต่างประเทศด้วย

บลูมเบิร์กระบุว่า บริษัทต่างประเทศในเมียนมามีเงินกู้ยืมในสกุลต่างประเทศอย่างน้อย 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 42,000 ล้านบาท

ตั้งแต่เดือนเม.ย. ที่ผ่านมา รัฐบาลมีคำสั่งให้ผู้มีรายได้เป็นสกุลเงินต่างประเทศแปลงสกุลเงินของตนเป็นเงินจ๊าต อัตราอ้างอิงของธนาคารกลางที่ 1,850 จ๊าต/เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งของรัฐบาล เพื่อป้องกันความผันผวนของสกุลเงินท้องถิ่น

รวมถึงสั่งห้ามนำเข้ารถยนต์ สินค้าฟุ่มเฟือย น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันประกอบอาหาร เพื่อรักษาปริมาณเงินสำรองระหว่างประเทศ แม้ว่า รัฐบาลจะยังอนุญาตให้ใช้เงินหยวนและเงินบาท เพื่อการค้าชายแดนกับจีนและไทยอยู่ก็ตาม

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารกลางเมียนมายังอนุญาตให้ต่างชาติจัดตั้งสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (นอน แบงก์) ในรูปแบบของการร่วมทุน (joint venture) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มทุนในสกุลเงินตราต่างประเทศ

ซึ่งเป็นขั้นตอนต่อเนื่องจากก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลได้เพิกถอนคำสั่งจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจที่มีต่างชาติถือครองขั้นต่ำ 10 % ตามกฎหมายการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

ส่วนต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหาร กล่าวว่า เมียนมาต้องใช้เงินประมาณ 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ราว 25,200 ล้านบาท สำหรับการชำระคืนเงินกู้ในประเทศและต่างประเทศทุกปี

@mitihoonwealth

https://lin.ee/cXAf0Dp