เส้นทางธุรกิจ “SM” สู่การเข้าจดทะเบียนใน ต.ล.ท.

233

มิติหุ้น – จากปัจจัยเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและการเปิดประเทศในปัจจุบัน ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น “SM” จึงเล็งเห็นโอกาสในการเติบโตและนำบริษัทฯเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในช่วงปลายปี 2565 นี้ โดยดำเนินธุรกิจเป็นผู้ให้บริการการจัดจำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งในรูปแบบขายเงินสดและขายเงินผ่อน และผู้ให้บริการปล่อยสินเชื่อประเภทต่างๆ รายใหญ่ในภาคตะวันออกตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 30 ปี

ด้านผลงานย้อนหลัง 3 ปี (2562 – 2564) ของ บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน) หรือ SM มีรายได้รวมปี 62 อยู่ที่ 1,087.47  ลบ. ปี 63 อยู่ที่ 1,030.89 ลบ. และปี 64 อยู่ที่ 1,239.84 ลบ. ซึ่งเป็นรายได้จากการประกอบธุรกิจหลัก ประกอบด้วย รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ และรายได้อื่น ได้แก่ รายได้ค่าคอมมิชชั่นจากธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย รายได้จากหนี้สูญรับคืน รายได้ส่งเสริมการขายอื่นๆ รายได้ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสวัสดิการพนักงาน รายการกำไรสุทธิจากการขายสินทรัพย์ และ รายได้ดอกเบี้ยรับเงินฝากธนาคาร เป็นต้น

ทั้งนี้คุณชูศักดิ์ วิวัฒน์วงศ์เกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์ มันนี่ จำกัด (มหาชน) หรือ SM เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 300 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.27% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ และคาดจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในหมวดธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ (ธุรกิจการเงิน) ภายในปีนี้

โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อขยายธุรกิจการให้บริการสินเชื่อทุกประเภท ขยายสาขา รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย และประกันชีวิต รวมถึงนำไปชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วนจากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน รองรับการเติบโตและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของบริษัทฯในอนาคต

นอกจากนี้ ธุรกิจของ SM ที่อยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจโซนภาคตะวันออก จะมีนโยบายสนับสนุนการลงทุนจากภาครัฐฯ ในโครงการ “EEC” ทำให้มีการลงทุนและการเติบโตในจังหวัดทั้งภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยว จึงเป็นโอกาสทองของ SM ในขยายการเติบโตในพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น พร้อมให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง รวมถึงติดตามหนี้ด้วยหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้อัตราส่วน NPL อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับอุตสาหกรรมตามแผนการบริหารของบริษัทฯต่อไป

 

@mitihoonwealth
https://lin.ee/cXAf0Dp