ปิดหูปิดตา Short sell ผลประโยชน์เพื่อพวกพ้อง

3486

 

ดัชนีหุ้นไทยลงแรงกว่า 300 จุดแค่เวลาเพียง 10 เดือน จาก 1,678.97 จุด (3ม.ค.66)เทียบกับช่วงที่ต่ำที่สุดที่ 1,371.22 จุด (26 ต.ค.66) และยังลงไปมากกว่าช่วงโควิด จัดว่าเป็นตลาดหุ้นที่ Performance แย่สุดในภูมิภาค เพราะเพื่อนบ้านหรือตลาดหุ้นอื่นๆทั่วโลกเข้าปรับขึ้นกันหมดแล้ว แถมบ้านเราสภาพคล่องในตลาดหุ้นก็หดหายเหลือวอลุ่มซื้อขายเพียง 3-4 หมื่นลบ. ต่อวัน จากเดิมเฉลี่ยวันละ 7-8 หมื่นลบ. และที่สำคัญต่างชาติก็หอบเงินออกไปจากตลาดหุ้นไทยแล้ว 1.8 แสนลบ. YTD  มันเกิดอะไรขึ้น?

 

เสียงสะท้อนส่วนใหญ่จากรายย่อยที่ส่งเสียงออกมาให้ตลาดหลักทรัพย์ฯเร่งแก้ไขด่วนนั่นก็คือ ความไม่เท่าเทียมกันของกลุ่มคนบางกลุ่มที่แสวงหากำไรในช่วงหุ้นขาลง หรือ Short sell ในกลุ่ม AI Trade โดยเฉพาะ HFT ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมีวอลุ่มเทรดเฉลี่ยต่อวันใหญ่ขึ้นถึง 10% ของวอลุ่มรวม ทำนักลงทุนรายย่อยติดหุ้นขาดทุนกันระเนระนาดไปหมดแล้ว เพราะเทรดอย่างไรก็ไม่มีวันชนะพวก ROBOT Trade พวกนี้

 

 ขณะที่สัปดาห์ที่ผ่านมา(9 พ.ย.66) ตลท.และก.ล.ต.ที่ออกมาแถลงข่าวด่วน นักลงทุนก็รอลุ้นว่าจะมีข่าวดี แต่กลับออกมายืนกรานกระต่ายขาเดียวว่า AI Trade โดยเฉพาะ HFT ไม่ใช่ผู้ร้าย และมีการติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีสัดส่วนเพียง 5.6% เท่านั้น พร้อมระบุว่าอีกว่า Foreign มีสัดส่วนทำ Short sell ในหุ้น SET100 เฉลี่ย 10% สูงกว่า retail ที่ 2% และไม่พบนัยยะต่อการกดดันราคาหุ้นให้ลดลง ในทางกลับกันพบว่าการทำ Short sell โดย retail มีนัยยะต่อราคาหุ้น SET50 และราคาหุ้นก็ปรับลดลงไปด้วย

ที่สำคัญคือวิธีการแก้ไขของตลท.และ ก.ล.ต.เหมือนออกมาแก้ต่างไม่ใช่มาเร่งหาวิธีแก้ไขปัญหา ไม่เหมือนกับตลาดหุ้นเกาหลี ที่แม้จะมีพัฒนาการที่มากกว่าตลาดหุ้นไทย ยังสั่งห้ามทำธุรกรรม Short sell เพื่อหาตัวการที่ซื้อขายอย่างไม่เป็นธรรม เรียกง่ายๆก็คือ ทางการเค้ากำลังไล่ล่ามือดีที่ ทำ Naked Short ช่วงหุ้นขาลง ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายด้วย

 

ซึ่งไม่แปลกอะไร…ถ้าเราจะยอมรับกันได้ว่า….ระบบบ้านเรามันจะเป็นระบบเอื้อเพื่อพวกพ้อง หรือ บางท่านจะเรียกว่าระบบนายทุนนั่นเอง ไม่ใช่ระบบทุนนิยมอย่างอเมริกา ส่วนใครจะเอื้อใคร และใครเป็นพวกพ้องใครไม่ทราบได้หากเข้าไปตรวจดูโครงสร้างบอร์ดตลาดหลักทรัพย์จะถึงบางอ้อเอง และบอร์ดที่เป็นตัวแทนโบรกนั้นก็อยู่ฝังรากลึกกันมานานเพียงไม่กี่ค่าย(ตามรูปประกอบ) 

 

 

และที่จะโจงครึ่มไปยิ่งกว่านั้นอีกก็คือมาเก็ตแชร์ของค่ายที่เป็น board seat ยังขยับโตวันโตคืนถีบตัวมาตั้งแต่เริ่มมี Robot Trade มาร์เก็ตแชร์อยู่ระดับ 9% ขึ้นมาทุกๆปี จน 14% ในปี 64 และ 19% ปี 65 มีกูรูในแวดวงโบรกเกอร์กล่าวว่า ปกติแล้วการจะสร้างมาร์เก็ตแชร์ให้เพิ่มเพียง 1% ไม่ใช่เรื่องง่ายต้องสร้างวอลุ่มมหาศาล …แต่พฤติกรรมพวกพ้องกลุ่มนี้จึงถูกตั้งข้อสงสัยไว้ว่า

 

“ใครมีมาร์เก็ตแชร์ขนาดนี้ได้ เนื่องจากใช้ระบบการเหมาจ่ายที่ต้นทุนถูกกว่าชาวบ้าน และมีรายการใหญ่กับลูกค้าเพียงไม่กี่คน แต่มันมาจากลูกค้าก้อนเดียวแน่ๆ ที่มีพฤติกรรมแสบ คือซื้อจนหุ้นขึ้นแล้วขายชอร์ตใส่เลย ….เห็นได้ชัดๆสภาพหุ้นบางวันบวก4 จุดอยู่ดีๆแต่ไปๆมาๆ ติดลบ 8 จุดเฉย คุณคิดว่าเหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นโดยบังเอิญเหรอ”

 

บทสรุปจากกูรูผู้คร่ำหวอดในวงการตลาดหุ้นไทยบอกไม่น่าลงทุนแล้ว สภาพคล่องหุ้นไทยบางเฉียบ เทรดไปรายย่อยติดหุ้นกันหมด ท่านผู้จัดการตลท.และ เลขา ก.ล.ต.จะช่วยรายย่อยให้พ้นวิกฤตนี้อย่างไร????

 

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon