
มิติหุ้น – Investment Strategy
• สรุปภาพรวมตลาด ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 600 จุดในวันพฤหัสบดี (11 ธ.ค.) โดยดัชนีดาวโจนส์ และ S&P500 ต่างก็ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยและส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในวันข้างหน้า แต่ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบ ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของออราเคิล (Oracle) ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,704.01 จุด เพิ่มขึ้น 646.26 จุด หรือ +1.34%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,901.00 จุด เพิ่มขึ้น 14.32 จุด หรือ +0.21% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,593.86 จุด ลดลง 60.30 จุด หรือ -0.25%
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันพฤหัสบดี (11 ธ.ค.) หลังจากที่ตลาดเคลื่อนไหวแบบทรงตัวหลายวัน โดยนักลงทุนขานรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และประเมินการตัดสินใจด้านนโยบายของธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์
ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 581.34 จุด เพิ่มขึ้น 3.17 จุด หรือ +0.55%
• สรุปภาพรวมสินทรัพย์อื่นๆ สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 2% ในวันพฤหัสบดี (11 ธ.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด และส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในวันข้างหน้า
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 88.30 ดอลลาร์ หรือ 2.09% ปิดที่ 4,313.00 ดอลลาร์/ออนซ์
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 93 เซนต์ หรือ 1.49% ปิดที่ 61.28 ดอลลาร์/บาร์เรล
• SET Index: เราคาดการณ์กรอบ SET Index 1,240-1,265 รอรับความผันผวนจากประเด็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองล่าสุด โดย นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้มีการประกาศยุบสภา และ เช้านี้ ราชกิจจาฯ ประกาศ ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน
อ้างอิงจากสถิติในอดีต ผลตอบแทน SET มักจะติดลบในช่วง 1-2 วัน หลังมีการประกาศยุบสภา ก่อนปรับตัวบวกได้ในสัปดาห์ถัดมา
เรามองว่านี่เป็นเรื่องดี เพราะ การยุบสภาจะยุติความไม่แน่นอนที่รัฐบาลเสียงข้างน้อยของเขากำลังเผชิญอยู่ได้เร็วขึ้น การเลือกตั้งน่าจะเกิดขึ้นภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2026
หุ้นแนะนำ
KTB:
ธนาคารกรุงไทยมุ่งมั่นที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน และ ตั้งเป้าที่จะรักษาอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ในระดับสองหลักในอีกสามปีข้างหน้า
(Take profit : 29.00 / Stop loss : 27.50)
BCH:
BCH คาดการณ์รายได้เติบโต 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนในปี 2026 ท่ามกลางภาวะการกลับมาของผู้ป่วยจากตะวันออกกลางที่ชะลอตัว
ด้วยรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะจากตะวันออกกลางและกัมพูชาในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 เราเชื่อว่า Downside risks เริ่มจำกัด
(Take profit : 10.50 / Stop loss : 9.85)
#CGSInternational
#CGSI
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon


























