วันอาทิตย์ 5 เมษายน 2026
หน้าแรก มิติร้อน

ตลาดหุ้นไทยในเงาน้ำมันแพง ความเสี่ยงใหม่ที่ต้องจับตา

183

 

มิติหุ้น – ทิศทางตลาดหุ้นไทยในเดือนเมษายน 2569 ยังต้องเดินเกมแบบ “ระวังแต่ไม่ปิดโอกาส” หลังปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะ ราคาน้ำมัน และ ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่กดดันบรรยากาศการลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI หรือบริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ประเมินว่า ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกยังทำให้ตลาดต้องเผชิญแรงสั่นสะเทือนเป็นระยะ โดยเฉพาะหากสถานการณ์ สหรัฐฯ-อิหร่าน ยกระดับขึ้นอีก อาจดันราคาน้ำมันให้พุ่งต่อ และกลายเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ

น้ำมันแพง…แรงกดดันยังไม่จบ

หากราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อเนื่อง ผลกระทบที่ตามมาจะไม่ใช่แค่เรื่องต้นทุนพลังงาน แต่ยังอาจลามไปถึง เงินเฟ้อ ค่าเงินบาท และกำลังซื้อในประเทศ CGSI มองว่า น้ำมันที่อยู่ในระดับสูงจะทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคอาจชะลอการใช้จ่าย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ส่งผลให้หุ้นบางกลุ่มมีแนวโน้มเคลื่อนไหว อ่อนกว่าตลาด (underperform)แต่ในอีกมุมหนึ่ง หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายลง ก็อาจเป็นจังหวะที่นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น และช่วยหนุนให้ เม็ดเงินต่างชาติไหลกลับเข้าตลาดหุ้นไทย

พลังงานต้นน้ำ-ปิโตรเคมี มีลุ้นเด่นกว่าตลาด 

ในภาวะที่ราคาน้ำมันยังยืนสูง CGSI เชื่อว่ากลุ่มที่มีโอกาสได้อานิสงส์ชัดเจน คือ ธุรกิจพลังงานต้นน้ำ และ ปิโตรเคมี ซึ่งสามารถรับประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ขยับขึ้นตรงกันข้าม หุ้นที่อิงต้นทุนเชื้อเพลิงสูง หรือพึ่งพากำลังซื้อของผู้บริโภคมาก อาจเผชิญแรงกดดันมากกว่าเพื่อนในช่วงนี้ ทำให้การเลือกหุ้นรายตัวจะยิ่งมีความสำคัญกว่าการ “ซื้อยกกระดาน”

การเมืองไทยเริ่มนิ่ง  

อีกหนึ่งประเด็นที่ตลาดติดตาม คือ การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่ง CGSI คาดว่าจะมีความชัดเจนก่อนกลางเดือนเมษายนนี้ หลังจากนั้นมีโอกาสที่ภาครัฐจะทยอยออกมาตรการกระตุ้นการบริโภค เช่น แนวคิดฟื้นโครงการในลักษณะ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อช่วยพยุงบรรยากาศการใช้จ่ายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยมองว่า รัฐบาลอาจยังไม่สามารถออกมาตรการการคลังขนาดใหญ่ได้มากนัก เพราะยังติดข้อจำกัดด้านฐานะการคลัง

หนี้สาธารณะใกล้เพดาน จำกัด “พื้นที่กระตุ้น” ของรัฐ 

หนึ่งในข้อจำกัดสำคัญคือระดับ หนี้สาธารณะของไทย ที่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 66% ของ GDP ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 ซึ่งถือว่าเริ่มเข้าใกล้กรอบเพดานที่ 70% นั่นหมายความว่า แม้ภาครัฐจะยังมีเครื่องมือในการประคองเศรษฐกิจอยู่ แต่ “พื้นที่” สำหรับการอัดมาตรการขนาดใหญ่เพื่อเร่งการเติบโต อาจไม่กว้างเหมือนในอดีต จึงทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงต่อจากนี้ ยังต้องพึ่งทั้ง การบริโภคภาคเอกชน, การท่องเที่ยว, และ ความเชื่อมั่นนักลงทุน ควบคู่กันไป

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon