
มิติหุ้น – นายไพบูลย์ อังคณากรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) ASEFA เปิดเผยว่า บริษัทได้รับอานิสงส์โครงการภาครัฐในกลุ่ม Data Center, Cloud Services และสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) ส่งผลให้ความต้องการระบบโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าและสวิตช์บอร์ดที่มีเสถียรภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างนัยสำคัญ ซึ่ง ASEFA เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีศักยภาพในงานกลุ่มนี้
ผนึกทุนสิงคโปร์
“ บริษัทได้ผนึกกลุ่มทุนจากประเทศสิงคโปร์ลุยธุรกิจด้านเซอร์วิสรองรับโครงการ Data Center โดย ASEFA ถือหุ้นในสัดส่วน 51% ที่เหลือ 49% ถือโดยสิงคโปร์ การเตรียมความพร้อมครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลดีระยะยาว “นายไพบูลย์กล่าว
นายไพบูลย์กล่าวว่าส่วนงานโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานหมุนเวียนบริษัทก็ยังคงได้อานิสงส์จากการขยายระบบสายส่งไฟฟ้าของภาครัฐ (กฟผ. กฟน. กฟภ.) และการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และงานบริการซ่อมบำรุงและดูแลรักษาระบบไฟฟ้าช่วยสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอเช่นกัน
อย่างไรก็ดีรายได้ปีนี้มีโอกาสทะลุ 4,000 ล้านบาท เปรียบเทียบกับปี 68 ที่บริษัทมีรายได้ 3,379.23ล้านบาท และกำไรสุทธิจำนวน 219.12 ล้านบาท
โบรกมองฐานแกร่ง
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ประเมินหุ้น ASEFA ฐานะทางการเงินโดยทั่วไป ASEFA มีโครงสร้างทางการเงินที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง หนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีความเสี่ยงทางการเงินน้อย และจุดเด่นเป็นหุ้นปันผลดี (Dividend Stock) หากย้อนดูประวัติการจ่ายเงินปันผลค่อนข้างสม่ำเสมอ โดยมีนโยบายจ่ายไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ชอบหุ้น Dividend Yield
กลยุทธ์การลงทุนยังคงแนะนำ “ซื้อ” จากแนวโน้มกำไรโตก้าวกระโดดไตรมาส 1 ปี 2569 (2026) บริษัทโชว์กำไรสุทธิสูงถึง 116.15 ล้านบาท เติบโตพุ่งขึ้น +161.76% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งเป็นผลจากการรับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ยอดงานในมือ (Backlog) สะสมมาจากปี 2568 สูงกว่า 4,400 ล้านบาท และยังได้งานจากลูกค้าระดับโลกต่อเนื่อง
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon
































