
มิติหุ้น – TOP หรือ บมจ.ไทยออยล์ โดย บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการเฉพาะปี 2569 เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มสมมติฐานค่าการกลั่นทั้งปี 2569 มาอยู่ราว 14 เหรียญฯ จากเดิม 7 เหรียญฯต่อบาร์เรล ยกระดับขึ้นจากภาวะสงครามที่เกิดขึ้น ในช่วง 1H69 และต่อเนื่องถึงปัจจุบัน แต่ยังคงคาดว่าจะจบลงในที่สุด แต่ก็ต้องใช้ระยะเวลา ส่งผลให้ คาดการณ์กำไรปี 2569 จะอยู่ราว 3.0 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว YOY
สําหรับ Outlook Q3/69 คาดกำไรปกติจะปรับตัวลดลง QoQ ภายใต้สมมติฐานสงครามไม่ยืดเยื้อยาวนานเช่นรอบแรก ซึ่งจะส่งผลให้แนวโน้มค่าการกลั่นในระยะแรกจะปรับตัวลงมาอยู่ราว 15+ เหรียญฯต่อบาร์เรล (อ้างอิงช่วงเดือน มิ.ย.ที่สงครามคลี่คลาย) แต่ทั้งนี้จะมีแรงกดดันบางส่วน ต่อเนื่องจาก Crude Premium ที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงผลกระทบจากการแทรกแซงของภาครัฐใน การลดราคาหน้าโรงกลิ่นสำหรับน้ำมันดีเซลที่อาจจะมีมาต่อเนื่องช่วงราคาน้ำมันในตลาดโลกอยู่สูง เช่นเดียวกับ Spread ปิโตรเคมีที่มีแนวโน้มลดลงสู่ภาวะปกติหลังสงคราม
ขณะที่ bottom line คาดมีโอกาสกลับมาเป็นบันทึกขาดทุนสต็อกฯได้ จึงถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังในช่วง 2H69
ภายใต้ประมาณการใหม่ และปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานปี 2570 เท่ากับ 68 บาทต่อหุ้น แนะนำ Trading ตาม fund flow ที่เข้ามากลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี + อานิสงค์สงครามที่ยังอยู่ + งบ Q2/69 ที่ยังสูง + เงินปันผลระหว่างกาลที่โดดเด่น โดยคาดเงินปันผลทั้งปี 2569 อยู่ราว 4.20 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ต่อปี 6.6% ซึ่งครึ่งปีน่าจะจ่ายราว 2.0-2.2 บาท อย่างไรก็ตามยังคงให้นํ้าหนักการ ลงทุนในหุ้น Commodity ในลักษณะ Trading ตามรอบของราคาผลิตภัณฑ์ และกระแส Fund Flow ที่เข้ามาในกลุ่มฯ น่าจะสามารถทำกำไรได้ตามเป้าหมายได้ในระดับที่ดี
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

































