วันอังคาร 27 ตุลาคม 2026

สถิติการบังคับใช้กฎหมาย ของ ก.ล.ต.

 

มิติหุ้น – การดำเนินคดีอาญา

การกล่าวโทษผู้กระทำผิด ต่อพนักงานสอบสวน (บก.ปอศ. และดีเอสไอ)

ฐานความผิด 2568 1 ม.ค. – 10 ก.ย. 2569
คดี ราย คดี ราย
การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล

×      การสร้างราคา

×      การแพร่ข่าว/ข้อความเท็จ

×      ใช้ข้อมูลภายใน

×      Front run

 

 

8

1

1

1

 

 

63

1

9

3

 

 

1

–

–

–

 

 

21

–

–

–

การทุจริต (รวมผู้สนับสนุน) 4 11 3 3
แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในสาระสำคัญ / เอกสารอันเป็นเท็จ 4 19 1 1
ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต 2 11 6 25
การไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์การประกอบธุรกิจ 3 3 10 15
รายงานการถือหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหาร 4 5 2 2
การครอบงำกิจการ – – 2 2
อื่น ๆ เช่น การเปิดเผยฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท 33 67 5 11
รวม 61 192 30 80

ในช่วงวันที่ 1 ม.ค. – 8 ก.ย. 69 ก.ล.ต. ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในคดีอาญาฐานการกระทำ
อันไม่เป็นธรรม ทุจริต และประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยกล่าวโทษผู้กระทำผิดต่อพนักงานสอบสวน
(บก.ปอศ. และ DSI) รวม 30 คดี ผู้กระทำความผิดรวม 80 ราย โดยเป็นฐานความผิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ การสร้างราคา 1 คดี ผู้กระทำความผิดรวม 21 ราย
การทุจริต 3 คดี ผู้กระทำความผิด 3 ราย นำส่งเอกสารอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต. 1 คดี ผู้กระทำความผิด 1 ราย
การครอบงำกิจการ 2 คดี ผู้กระทำความผิด 2 ราย และประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต รวม 6 คดี ผู้กระทำความผิดรวม 25 ราย

การดำเนินการตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง

  1. คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด
ฐานความผิด 2568 1 ม.ค. – 10 ก.ย. 2569
คดี ราย คดี ราย
การกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล

×      การสร้างราคา

×      การใช้ข้อมูลภายใน/การเปิดเผยข้อมูลภายใน

×      การแพร่ข่าว/ข้อความเท็จ

 

 

12

10

1

 

 

70

43

2

 

 

6

–

–

 

 

32

–

–

แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งในสาระสำคัญ 1 2 – –
การไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต 1 1 – –
รวม 25 118 6 32

 

  1. ตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด*
  จำนวนคดี จำนวนผู้กระทำผิด ค่าปรับ
ทางแพ่ง** (บาท)
ชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับ** (บาท) ชดใช้เงินค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ (บาท)
2568 14 39 131,526,083 70,855,574 3,032,591
 1 ม.ค. – 31 ส.ค. 2569 7 25 662,697,675 519,446,913 1,554,040
2560 – 31 ส.ค. 2569 88 341 2,826,371,549 976,817,633 15,437,601

หมายเหตุ :
* ข้อมูลในวันที่ตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด
** เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำผิด เป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลังแล้ว

  1. การมีคำพิพากษาในคดีที่ ก.ล.ต. ยื่นฟ้องเพื่อให้ศาลแพ่งกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง
2560 – 31 ส.ค. 2569 จำนวน  
คดีมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว

โดยศาลพิพากษาให้ ก.ล.ต. ชนะคดี โดยลงโทษและกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งแก่จำเลยในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด

6 คดี – ศาลชั้นต้น 1 คดี

– ศาลอุทธรณ์ 5 คดี

อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น/
ศาลอุทธรณ์
19 คดี – อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น 10 คดี

– อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ 9 คดี

รวม 25 คดี  

 

ในช่วงวันที่ 1 ม.ค. – 10 ก.ย. 69 ค.ม.พ. ได้มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำผิดรวม 6 คดี จำนวนผู้กระทำความผิด 32 ราย เป็นฐานความผิดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ การสร้างราคา

ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 31 ส.ค. 69 มีผู้กระทำผิดมาตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด จำนวนรวม 25 ราย จาก 7 คดี โดยมีค่าปรับทางแพ่ง 663 ล้านบาท ชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับ 519 ล้านบาท

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2560 ที่มีการนำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับ มีผู้กระทำความผิดตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด จำนวน 341 ราย จาก 88 คดี โดยมีค่าปรับทางแพ่ง 2,826 ล้านบาท ชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับ 977 ล้านบาท ซึ่งเงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำผิด เป็นรายได้แผ่นดินที่ ก.ล.ต. นำส่งกระทรวงการคลังแล้ว

สำหรับผู้กระทำผิดที่ไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ก.ล.ต. ได้มีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีผู้กระทำความผิดต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ

การมีคำพิพากษาในคดีที่ ก.ล.ต. ยื่นฟ้องเพื่อให้ศาลแพ่งกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ณ 31 ส.ค. 69 คดีมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว จำนวน 6 คดี (ศาลชั้นต้น 1 คดี และศาลอุทธรณ์ 5 คดี) โดยศาลพิพากษาให้ ก.ล.ต. ชนะคดี โดยลงโทษและกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งแก่จำเลยในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด และอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น/ศาลอุทธรณ์ จำนวน 19 คดี แบ่งเป็น 10 คดี อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น และ 9 คดี อยู่ระหว่างอุทธรณ์

การดำเนินการของ “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” โทร. 1207 กด 22

การดำเนินการ 2568 ม.ค. – ส.ค. 2568 ม.ค. – ส.ค. 2569
ให้คำปรึกษาในเรื่องการหลอกลงทุน 8,287 2,817 4,631
การปิดกั้นเนื้อหาหรือช่องทางการหลอกลงทุน (บัญชี) 3,714 2,957 411
– แจ้งปิดกั้นโดยตรงกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย 3,376 2,826 272
– แจ้งปิดกั้นผ่านหน่วยงานภาครัฐ*  338 131 139
รวมการรับแจ้งเบาะแสและให้คำปรึกษาในเรื่องการหลอกลงทุน (ครั้ง) 12,001 5,774 5,042

หมายเหตุ : * การแจ้งปิดกั้นผ่านหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569

ในช่วงเดือน ม.ค. – ส.ค. 2569 “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” ก.ล.ต. ได้รับแจ้งเบาะแสหลอกลงทุนและให้คำปรึกษาในเรื่องการหลอกลงทุน รวม 5,042 ครั้ง ผ่าน 7 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. (www.sec.or.th/scamalert) โทรศัพท์ (1207 กด 22) อีเมล ([email protected]) การเดินทางมายังสำนักงาน ก.ล.ต. ระบบบริการสนทนา (Facebook และ Live chat) และไปรษณีย์

มีบัญชีโซเชียลมีเดียเข้าข่ายหลอกลงทุนที่ประสานผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและหน่วยงานภาครัฐเพื่อปิดกั้น จำนวน 411 บัญชี ซึ่งผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้ปิดกั้นได้ร้อยละ 100 ภายในเวลา 7 นาที – 48 ชั่วโมง และให้คำปรึกษาในเรื่องการหลอกลงทุน จำนวน 4,631 ครั้ง เพิ่มขึ้นจาก 2,817 ครั้ง ในช่วงเดือน ม.ค. – ส.ค. 2568 โดยในช่วงเดือน ม.ค. – พ.ค. 2569 การให้คำปรึกษาเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การดำเนินการปิดกั้นช่องทางการหลอกลงทุนบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ จะต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ประชาชนรายอื่นตกเป็นเหยื่อถูกชักชวนหลอกลงทุน โดยมีกระบวนการตั้งแต่ตรวจสอบข้อมูล ติดต่อผู้แจ้งเบาะแสเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เก็บพยานหลักฐาน เตรียมเอกสารและข้อมูลเพื่อใช้ในการปิดกั้น ค้นหาข้อมูลที่ได้รับจากการแจ้งเบาะแสเพิ่มเติม รวมถึงติดต่อผู้ถูกใช้ชื่อในการหลอกลงทุนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งดำเนินการด้วยความรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นการชักชวนหลอกลงทุนจริง และระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการปิดกั้นเกิดขึ้น

การระงับบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

ระงับบัญชีแล้ว  (ยอดสะสม ณ สิ้นเดือน)
31 ธ.ค. 68 47,692 บัญชี
31 มี.ค. 69 55,978 บัญชี
30 มิ.ย. 69 60,968 บัญชี
31 ก.ค. 69 62,516 บัญชี

 

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon