วันพฤหัสบดี 8 ตุลาคม 2026

ตลท. “อัสสเดช” รื้อ Prop Trade แยกต่างชาติ–เจาะพฤติกรรมเทรด

ผู้จัดการตลท. ผ่าตัดบัญชีพอร์ตโบรกเกอร์ จากธุรกรรม total return swap มีส่วนซื้อขายต่างชาติผสมจะชำแหละแยกกลุ่ม เพื่อให้ข้อมูลโปร่งใส สอบพฤติกรรมได้ คาดย้อนหลังถึงต้นปี 68 ยันไม่กระทบวอลุ่มซื้อขายต่างชาติ

มิติหุ้น – ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า จากประเด็นการประชุมโบรกเกอร์เพื่อหารือการซื้อขาย total return swap ที่เป็นธุรกรรมตามกลไกสากลทำกันถูกต้องเปิดให้โบรกเกอร์บริหารความเสี่ยงจากลูกค้าที่มีความต้องการแต่ไม่ยากเปิดบัญชีจะระบุเป็นประเภทการซื้อขายพอร์ตโบรกเกอร์ (P) หรือ ต่างชาติ (F) ด้วยปัจจุบันตลท. ระบุให้เป็น F แต่จากการหารือโบรกเกอร์ต้องการให้ระบุเป็น P ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปต้องคุยกันภายในสิ้นเดือนนี้ แต่ทางตลท. เตรียมจะมีการแยกบัญชี P ออกมาให้ชัดเจนเป็น P1 -P2 เพื่อป้องกันและตรวจสอบพฤติกรรมของนักลงทุนให้เหมาะสม และจะทำข้อมูลย้อนหลังไปถึงต้นปี 68 เพราะเกิดธุรกรรม total return swap มากที่สุด ซึ่งผลการย้อนหลังข้อมูลมีตัวเลขมาร์เก็ตแชร์โบรกเกอร์ที่เปลี่ยนแปลง ส่วนข้อมูลการซื้อขายสุทธิของต่างชาติแทบจะมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมากจึงไม่มีผลในส่วนนี้

“total return swap เนื้อแท้มาจากต่างชาติแต่ธุรกรรมเกิดกับโบรกเกอร์จึงหารือว่าจะลงเป็น P หรือ F เบื้องต้นกลุ่มโบรกเกอร์ต้องการเป็น P แต่ต้องทำความเข้าใจกับนักลงทุนว่ามาจากอะไร ซึ่งตลท. รับมาดูส่วนนี้ในการแยกและคำนวณย้อนหลังด้วย เพื่อให้ตลาดทุนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ”

โฟกัสนักลงทุนระยะยาว

ส่วนการระบุว่าอาจจะเป็นช่องทางกลุ่มนักลงทุน HFT ประเภทเข้าเร็วออกเร็วเป็นอีกปัจจัยที่ทางตลท. เข้ามาดูพฤติกรรมของนักลงทุนในส่วนนี้ เพราะต้องการนักลงทุนระยะยาว เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย ซึ่งปัจจุบันต่างชาติมีการขายหุ้นออกมาจากความกังวล Bond Yild พุ่งสูงกระทบตลาดทุนทั่วโลก ดังนั้นต้องเสนอให้เห็นการเติบโตระยะยาว ซึ่งมีนโยบายภาครัฐที่ตอบรับกับนักลงทุนให้เห็นศักยภาพการเติบโตมากขึ้น

เงินจ่อเข้าหุ้นไทย 1.5-2 หมื่นล.

นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์ ฯ ระบุถึง สถานการณ์น้ำท่วม พบว่าจากข้อมูลในอดีตฟื้นตัวภายใน 2 เดือน ด้วยสถานการณ์ขนาดผลกระทบต่างจากปี 54 บวกกับมุมมองของสถาบันจัดเครดิต Fitch คงเสถียรภาพประเทศไทย และคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ BBB+ หากประเมินจากเม็ดเงินต่างชาติจากปี 68 ออกไป 2 หมื่นกว่าล้านบาท ช่วง 3 เดือนสุดท้ายคาดมีเม็ดเงิน ThaiESG Fund ประมาณ 1.5-2 หมื่นล้านบาทเข้ามา และยังมีจัดอีเวนต์ใหญ่ IMF-World Bank ซึ่งสะท้อนไทยอยู่ในเรดาร์ของต่างชาติ

ปัจจุบันยอดซื้อสุทธิปี 69 กลับมาเป็นบวก 24,856 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 70,151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 9 เดือนที่ 69,942 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีบวก 300 จุดจากต้นปี หรือบวก 24% ถือว่าเป็นตลาดที่นำในภูมิภาค โดยมีกลุ่มธนาคาร – พลังงาน -ปิโตรเคมี เข้ามาช่วยหนุนดัชนี และการปรับประมาณการกำไรบจ. ทำให้ที่ผ่านมาตลาดมีการตอบสนองไปบ้างแล้ว แต่ยังมีบางกลุ่มยังไม่ได้รับการปรับประมาณการณ์

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon