วันอังคาร 3 กุมภาพันธ์ 2026
หน้าแรก ปักหมุด

PTT หวังเซ็นซื้อ LNG  โครงการโมซัมบิก 2.6 ล้านตันต่อปีได้ในปีนี้ พร้อมโดดแข่งประมูล จัดหา LNG โควตา กฟผ. 1.5 ล้านตันปี รับตลาดเสรี

280

ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น” รายงานว่า บมจ.ปตท.หรือ PTT โดยนายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ เปิดเผยว่า ปตท.ยังอยู่กระบวนการประสานข้อมูลกับกระทรวงพลังงาน เพื่อขอความเห็นชอบการเซ็นสัญญารับซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในโครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน ปริมาณ 2.6 ล้านตันต่อปี เป็นสัญญาระยะยาว 20 ปี โดยมองว่า โครงการดังกล่าวมีต้นทุนการผลิตต่ำ และราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)เป็นราคาที่แข่งขันได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย

โดยปัจจุบันโครงการโมซัมบิก ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการและต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าจะแล้วเสร็จ ซึ่งหากเซ็นสัญญาในช่วงนั้นที่ตลาดเป็นของผู้ขายราคาก็อาจปรับสูงขึ้น แต่หากสามารถเซ็นสัญญาซื้อขายได้ในช่วงนี้ที่ตลาดเป็นของผู้ซื้อ และช่วงเวลารับก๊าซตลาดจะเป็นของผู้ขาย จะเป็นประโยชน์มากกว่าและปตท.ก็สนับสนุน

“เราอยากเซ็น long Term จะได้ lock in ช่วงราคาดี ซึ่งหวังว่าโครงการโมซัมบิก จะสามารถตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย(FID) ได้ภายในปีนี้ ขณะที่ ปตท.จะเดินหน้าขออนุมัติเซ็นสัญญาควบคู่กันไป โดยหากเซ็นสัญญาได้เร็ว อำนาจต่อรองก็จะดีขึ้นและราคาแข่งขันได้ ซึ่งปีที่ผ่านมาราคาLNG เฉลี่ยอยู่ที่ 6-7 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ใกล้เคียงกับราคาในปัจจุบัน ถือว่าเป็นตลาดผู้ซื้อ และการเข้าไป lock in long Term จะเป็นผลดีกกับผู้ซื้อ” นายวิรัตน์ กล่าว

นอกจากนี้ ปตท.ยังเตรียมพร้อมเข้าร่วมประมูลแข่งขันจัดหาก๊าซ LNG ในโควตาของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ที่ได้รับอนุมัติจากภาตรัฐให้เป็นผู้จัดหาในปริมาณ 1.5 ล้านตันต่อปี และเตรียมเปิดประมูลในปีนี้ โดยคาดว่า กฟผ.จะเปิดประมูลเป็นคาร์โก้ ในลักษณะตลาดจร และน่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมประมูลหลายราย ซึ่งปตท.ก็มีสิทธิเข้ารวมประมูลเพราะเป็นตลาดเสรี แต่จะร่วมประมูลในปริมาณเท่าไหร่นั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้

ส่วนการศึกษาโครงการก่อสร้างคลังก๊าซธรรมชาติเหลวลอยน้ำ (FSRU) ในเมียนมา ขนาด 3 ล้านตันต่อปี ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องเร่งรีบดำเนินโครงการ โดยยังรอดูความชัดเจนปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคตจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ(พีดีพี)ฉบับใหม่ ซึ่งปัจจุบันการใช้ก๊าซมีแนวโน้มลดลง

www.mitihoon.com