วันพฤหัสบดี 19 กุมภาพันธ์ 2026
หน้าแรก มิติร้อน

PACE เผย SCB ซื้อ PP ล็อตแรก 400 ล้านหุ้น จากจำนวนจองซื้อรวม 1.5พันล้านหุ้น

451

ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น” รายงานว่า บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น หรือ  PACE  โดย  นายสรพจน์ เตชะไกรศรี  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  เปิดเผยว่า บริษัทได้มีมติการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับบุคคลในวงจำกัด (Private Placement)เนื่องด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) SCB ได้มีหนังสือแจ้งความประสงค์ในการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ซึ่งออกและเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ตามที่อนุมัติโดยที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/60 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 60 ในจำนวนรวมกันไม่เกินร้อยละ10 ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ โดยธนาคารฯ จะใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทฯ เป็นคร่าว ๆ และจำนวนหุ้นที่จองซื้อรวมกันทั้งหมดไม่เกิน 1.5 พันล้านหุ้น ตามที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นดังกล่าว โดยในการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งแรกนี้ ธนาคารฯ มีความประสงค์ที่จะจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งแรกจำนวน 400 ล้านหุ้น

นอกจากนี้ ธนาคารฯ ทั้งนี้ราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนเท่ากับ 0.51 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 204 ล้านบาท โดยราคาเสนอขายดังกล่าวเป็นราคาที่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นของบริษัทฯในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยย้อนหลังไม่น้อยกว่า 7 วันทำการติดต่อกัน (ราคาตลาด) ก่อนวันที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทที่ได้อนุมัติการกำหนดราคาเสนอขายในครั้งนี้ (วันที่ 3 ม.ค 61) กล่าวคือ เป็นราคาถัวเฉลี่ยน้ำหนักระหว่างวันที่ 21 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 29 ธันวาคม 2560 ซึ่งมีราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักเท่ากับ 0.56 บาท ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดส่วนลดของราคาเสนอขายเป็นจ านวนร้อยละ 8.93ของราคาตลาดดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท ครั้งที่ 2/60ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2560

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้เลิกบริษัทย่อยของบริษัทฯ ได้แก่ บริษัท เพซ ครีเอทีฟ เอเจนซี่ จำกัด (“PCA”) ซึ่งประกอบธุรกิจให้บริการด้านการออกแบบ โฆษณา การสื่อสารทางการตลาด และมีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ใน PCA ร้อยละ 100 ของจานวนหุ้นทั้งหมดของ PCA เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่เอื้ออำนวยต่อการประกอบธุรกิจประเภทดังกล่าว อีกทั้งธุรกิจนี้มิใช่ธุรกิจหลักของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะดำเนินการเลิกบริษัทตามขั้นตอนทางกฎหมายและชาระบัญชีให้เสร็จสิ้น ทั้งนี้การเลิกบริษัทย่อยดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ แต่อย่างใด