
มิติหุ้น- SCB ทวงคืนความเชื่อมั่น หลังราคาหุ้นปรับฐานแรง 18 โบรกประสานเสียงให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 160.46 บาท ชู Dividend Yield สูง 7.1% ลุ้นฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้ารับเวที IMF–World Bank ด้านผู้บริหารมั่นใจผลงานตามเป้า มองน้ำท่วมกระทบระยะสั้น เมิน“เจพีมอร์แกน” Downgrade หุ้น
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) SCB เปิดเผย กับ “มิติหุ้น” ว่าบริษัทยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง เพื่อผลักดันผลประกอบการให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้เศรษฐกิจยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อลูกค้าบางส่วน แต่ประเมินว่าเป็นผลกระทบเพียงระยะสั้น
ขณะที่การเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF–World Bank ของประเทศไทย คาดว่า SCB จะได้รับประโยชน์ทางอ้อมมากกว่าทางตรง ผ่านความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุน ซึ่งอาจเป็นแรงสนับสนุนต่อการฟื้นตัวของหุ้นในระยะต่อไป
“ในส่วนของ “เจพีมอร์แกน” ที่ Downgrade หุ้น SCB นั้นก็สามารถทำได้ แต่บริษัทยังยืนยันว่าปีนี้ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงบริษัทยังคงเดินหน้าสร้างผลประกอบการอย่างระมัดระวังเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผน” นายอาทิตย์กล่าว
18โบรกจับตาพื้นฐาน
ด้านนักวิเคราะห์ระบุว่า หุ้น SCB ถูกจับตากลับมาเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังราคาหุ้นปรับตัวลงแรง เปิดโอกาสให้นักลงทุนประเมินมูลค่าพื้นฐานและผลตอบแทนเงินปันผล และเป็นโอกาสเข้ารับที่ราคาอ่อนตัวลดลง โดยข้อมูล IAA Consensus ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2569 พบว่า 18 บริษัทหลักทรัพย์ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 160.46 บาท สูงสุด 190 บาท ต่ำสุด 145 บาท แบ่งเป็นคำแนะนำ “ซื้อ” 8 ราย และ “ถือ” 10 ราย ไม่มีคำแนะนำขาย สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อมูลค่าระยะยาว
ขณะที่ บล.กสิกรไทย แนะนำ “ซื้อ” เป้า 164 บาท คาดกำไร Q3/69 แตะ 10,206 ล้านบาท ส่วน บล.ฟิลลิป ให้เป้า 163 บาท บล.กรุงศรี 155 บาท และ บล.ทรีนีตี้ 150 บาท
ปันผลเด่น 7% ดึงดูดนักลงทุน
สำหรับจุดแข็งสำคัญของ SCB อยู่ที่อัตราผลตอบแทนเงินปันผลระดับสูง โดยปี 2568 บริษัทจ่ายเงินปันผลรวม 11.28 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราจ่าย 80% ของกำไร และจ่ายปันผลระหว่างกาลปี 2569 อีก 2 บาทต่อหุ้น เมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ขณะที่ บล.ทรีนีตี้ บล.กรุงศรี และ บล.ฟิลลิป ประเมิน Dividend Yield ปี 2569 อยู่ที่ 6.8–7.1% หนุนความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาว โดยตลาดยังจับตาการประกาศงบ Q3/69 เพื่อประเมินเสถียรภาพกำไร รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ต้นทุนสำรองหนี้ และแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา
ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้า รับเวที IMF–World Bank
นอกจากนี้ประเมินว่า SCB ในฐานะหนึ่งในหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากกระแสเงินทุนต่างชาติ หากความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี IMF–World Bank ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอศักยภาพเศรษฐกิจไทยต่อนักลงทุนทั่วโลก ประกอบกับธนาคารโลกปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 2% อาจช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน
ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง
Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon


































