วันอังคาร 27 มกราคม 2026
หน้าแรก คอลัมนิสต์

ทิศทางตลาดยังแกว่งตัว แนะลงทุนในหุ้นโรงไฟฟ้า และพลังงาน พร้อมกระจายลงทุนหุ้นทั่วโลก

110

คอลัมน์ KTBST Build  Your Net Worth

คุณชาตรี  โรจนอาภา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ 

บล. เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KTBST)

ตลาดหุ้นไทยวันทำการแรกของเดือน ก.ค.  SET Index ปรับตัวบวกขึ้นพอสมควรสะท้อนข่าวเชิงบวกของการพบกันของผู้สหรัฐฯ และจีนในการประชุม G-20  ดัชนีปิดตลาดที่ 1,740.91จุด บวกไป 10.57 จุด (+0.61%)  แม้ตลาดจะปรับตัวในทิศทางบวกแต่ก็ไม่มากนัก เพราะผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่มาจากเรื่องของสงครามการค้ายังคงอยู่ ตลาดจึงจับตามองการเจรจารอบใหม่ของสหรัฐฯกับจีนจากนี้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร ขณะเดียวกันประเด็นใหม่ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในทันทีคือ สหรัฐฯเตรียมขึ้นภาษีสินค้านำเข้ารอบใหม่กับยุโรป มูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งจะมีผลต่อแรงซื้อของตลาดบ้างจากข่าวนี้

ขณะเดียวกัน ข่าวการเจรจากาค้าของสหรัฐฯกับจีนที่ออกมาในเชิงบวก ส่งผลให้โอกาสความน่าจะเป็นในการลดดอกเบี้ยของสหรัฐฯ นั้่นน้อยลงไปด้วย ทำให้ค่าเงินดอลลาร์ขยับตัวขึ้น แต่โอกาสในการลดดอกเบี้ยก็ยังคงมีอยู่ เช่นเดียวกับเงินลงทุนที่ยังไหลเข้าตลาดเกิดใหม่และรวมทั้งประเทศไทย ส่งผลให้เงินบาทยังคงแข็งค่า จนทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องใช้มาตรการชะลอการแข็งค่าของเงินบาท ด้วยการเงินลดวงเงินประมูลพันธบัตรระยะสั้น (3 เดือน – 1 ปี) ลงจำนวน 2 หมื่นล้านบาท เพื่อลดปริมาณเงินที่ไหลเข้ามาเพื่อเก็งกำไรในตลาดพันธบัตรลง ซึ่งธนาคารแห่งประเทศยังได้ส่งสัญญาณที่จะใช้มาตรการอื่นเพิ่มขึ้นหากยังไม่ได้ผล

นอกจากนี้ ปัจจัยการเมืองของไทยเริ่มกลับมามีประเด็นให้จับตามองคือ ความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ ในเรื่องการตั้งรัฐมนตรี กระทรวงพลังงาน ซึ่งจะมีผลต่อหุ้นที่อ้างอิงกับนโยบายด้านพลังงาน เช่น ไบโอดีเซล , น้ำมัน , และไฟฟ้า  อีกประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญคือ เรื่องราคาน้ำมัน โดยการประชุม OPEC ในวันที่ 1-2 ก.ค. นี้ ยังมีโอกาสที่จะต่ออายุข้อตกลงการลดกำลังการผลิตน้ำมันออกไป 6-9 เดือน หากเกิดขึ้นจริงจะส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน

โดยภาพรวมแล้วผลการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่ลดความกังวลของตลาดลงไปได้บ้าง แต่ KTBST ยังประเมินว่าทิศทางตลาดยังเคลื่อนไหวแกว่งตัว ในกรอบแคบอาจมีแรงขายทำกำไรในหุ้นที่ขึ้นไปมาก นับจากนี้ตลาดจะจับตาดูการเจรจารอบใหม่ของตัวแทนการค้าสหรัฐฯและจีนรวมทั้งเงื่อนไขที่สองฝ่ายตั้งไว้ว่าจะทำได้จริงหรือไม่ ข่าวต่างๆที่จะออกมาเกี่ยวกับประเด็นเรื่องการเจรจาการค้าจะมีผลต่อตลาดการเคลื่อนไหวของตลาด

กลยุทธ์ลงทุนในช่วงนี้ KTBST ยังให้ความสนใจในหุ้นกลุ่มที่ราคาปรับตัวลดลงจากผลสงครามการค้า เช่น ปิโตรเคมี รวมไปถึงหุ้นที่มีกำไรเติบโตดี หรือมีปัจจัยเฉพาะตัว เนื่องจากมองว่าดัชนีฯจะยังขึ้นไม่แรง หุ้นที่แนะนำยังคงเป็นหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า  และ พลังงาน เช่น GULF, RATCH, PTTGC  นอกจากนี้สินทรัพย์ที่ KTBST แนะนำในสัปดาห์คือ กองทุนรวมต่างประเทศที่ใช้กลยุทธ์กระจายการลงทุนในหุ้นทั่วโลก คือ  กองทุนเปิด วี โกลบอล แอลโลเคชั่น 5M (WE-GA5M) เน้นกระจายการลงทุนในหุ้นตลาดหุ้นทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์การจัดพอร์ตลงทุนเชิงรุก เลือกหุ้นพื้นฐานดีระดับราคาน่าสนใจ มองปัจจัยกดดันการลงทุนเริ่มคลี่คลายและนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย เป็นปัจจัยหนุนหุ้นเทคโนโลยี , กลุ่มอุตสาหกรรม , กลุ่มธนาคารและกลุ่มเฮลท์แคร์  เปิดเสนอขาย IPO ระหว่างวันที่ 2-10 ก.ค. 2562 นี้ ติดตามข่าวสารการลงทุนได้จาก ”มุมความรู้”  https://www.ktbst.co.th/th/knowledge.php