พักบ้าง แต่ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น

65

SET index เริ่มพักฐาน และมีแรงขายทำกำไรหุ้นรายกลุ่มรายตัวที่ปรับขึ้นมามากเมื่อเริ่มใกล้ระดับ 1,750 จุด ซึ่งเป็นระดับ PE 16.5 เท่า คิดเป็น Earnings yield gap ราว 4.2% เท่ากับว่า Valuation ตลาดหุ้นไทยกลับสู่ระดับสมดุล ไม่ถูกเหมือนก่อนหน้านี้ที่เราแนะนำให้ซื้อหุ้น

อย่างไรก็ดีสำหรับ Upside ของ SET index ยังมีโอกาสที่จะกลับไปเทรดในระดับพรีเมี่ยมกว่าค่าเฉลี่ยได้ … ยกตัวอย่างเช่น การแกว่งตัวของ PE หรือ ราคาสินทรัพย์ใดๆ สามารถแกว่งตัวได้ในระดับที่ ต่ำกว่า / เท่ากับ / และ สูงกว่า ค่าเฉลี่ยเสมอๆ … ดังนั้นเราประเมินหากปลดล๊อกประเด็นต่างๆ เช่น เรื่องการลดดอกเบี้ยของเฟด, การยุติสงครามการค้า, คณะรัฐมนตรีใหม่พร้อมด้วยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ จะเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนให้ นักลงทุนในตลาดลดส่วนชดเชยความเสี่ยงที่ต้องการจากการลงทุนในหุ้น หรือ Risk premium ลง ซึ่งผลก็คือ PE มีโอกาสปรับขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตได้ และ Earnings yield gap ก็มีโอกาสที่จะปรับลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตได้เช่นกัน

ในกรณี Best case เราประเมิน SET index มีโอกาสปรับขึ้นทดสอบระดับ 1,850 จุดได้ หากทุกเงื่อนไขเป็นบวกหมดพร้อมกัน (ณ 1,850 จุด Earnings yield gap จะคิดเป็น 3.8% เท่ากับจุดต่ำสุดของ Yield gap รอบก่อน) ดังนั้นเราแนะนำให้จับตาดูทั้ง 3 ประเด็น ที่กล่าวมาหากเงื่อนไขใดไม่สามารถปลดล๊อกได้ ในทางกลับกันก็อาจเป็นเหตุให้ตลาดหุ้นพักฐานได้เช่นกัน

แนวโน้มดอกเบี้ยขาลง หุ้นกลุ่มที่น่าสนใจได้แก่ หุ้นกลุ่มที่ Sensitive กับอัตราดอกเบี้ย (ซึ่งจะตรงข้ามกับกลุ่ม High dividend yield ที่เคยขึ้นมาก่อนหน้านี้) ก็คือหุ้น Growth หรือหุ้น Turnaround เช่น หุ้นกลุ่มโรงกลั่น (IRPC, TOP) หุ้นกลุ่มอาหาร (GFPT, CPF, TVO) หุ้นกลุ่มสื่อ (PLANB, RS, JKN) หุ้นกลุ่มค้าปลีก (ROBINS, GLOBAL) เป็นต้น / หุ้นกลุ่ม Laggard ที่ Valuation น่าสนใจ เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (SCB, BBL) เป็นต้น

สำหรับหุ้นกลุ่มที่เป็นประเด็นในสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างกลุ่มโรงไฟฟ้า ที่มีประเด็นกังวลเรื่อง การรับเรื่องร้องเรียนของ สำนักงานตรวจการแผ่นดิน กรณีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของภาครัฐฯควรมากกว่า 51% ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราประเมิน 1) ไม่กระทบต่อ Valuation ของหุ้นในกลุ่มฯ เพราะไม่กระทบต่อสัญญาการซื้อขายไฟที่เซ็นสัญญาไปแล้ว 2) โครงการลงทุนในอนาคต ส่วนใหญ่มุ่งเน้นต่างประเทศ หากภาครัฐฯ ชะลอหรือไม่เปิดประมูลให้ภาคเอกชนในอนาคต จะไม่กระทบต่อประมาณการฯ ดังนั้นหุ้นที่ปรับลงมามาก และยังไม่รีบาวด์ ในวันศุกร์ที่ผ่านมา เช่น BCPG, RATCH น่าสนใจสำหรับการลงทุนสั้น

โดยรู้ทันการลงทุนกับ KGI

www.mitihoon.com