Valuation เริ่มไม่แพง แต่จะให้ชัด ต้องหลังประชุมนักวิเคราะห์

64

รู้ทันการลงทุน กับ KGI (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์)

ดัชนี SET index สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลงแรง มีจังหวะหลุด 1,600 จุด ระหว่างสัปดาห์ แล้วจึงรีบาวด์กลับท้ายสัปดาห์ โดยสาเหตุการปรับลงมาจากความกังวลเรื่องโอกาสการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก (นักลงทุนกังวลจากภาวะ Inverted yield curve) ทำให้นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ขายสุทธิ รวมทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารณิชย์ไทย หลังจากที่ประชุม กนง มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% (Surprise ตลาดฯ เนื่องจากฝ่ายวิจัยฯคาดว่า การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายรอบนี้ ธนาคารพาณิชย์ไทยจะยังไม่ทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงตาม)

แม้ว่า SET index จะปรับลงมาเยอะในช่วงเดือนที่ผ่านมาก็ตาม แต่ Forward PE ตลาดหุ้นไทยกลับไม่ปรับลงตามมากนัก เนื่องจากนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มีการปรับลดประมาณการฯกำไรของบริษัทจดทะเบียนลงในช่วงการ Preview งบ 2Q62 และหลังการรายงานงบ 2Q62 ซึ่งเราเชื่อว่าในสัปดาห์นี้ประมาณการฯจะยังไม่นิ่ง เนื่องจากยังอยู่ในช่วงของการทยอยจัดประชุมนักวิเคราะห์ โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ ทั้งนี้ EPS ของ SET index ล่าสุดใน Bloomberg consensus อยู่ที่ 102.7 จุด ลดลงจาก 104.5 จุดเมื่อต้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดีหากพิจารณาในอีกมิติเพิ่มเติม คือ Bond yield ที่มีการปรับลดลง ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางประเทศต่างๆ ทำให้ Earnings yield gap มีการปรับสูงขึ้น แม้ว่า PE จะไม่ได้ขยับลงมากนักก็ตาม ล่าสุด ณ ระดับ SET index 1,600 จุด และ Bond yield อายุ 5 ปีของไทยที่ 1.4% Earnings yield gap พุ่งขึ้นสู่แตะระดับ 5% สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 4.5% ตรงกับที่เราคาดว่า ในสถานการณ์ที่ตลาดฯกังวลการชะลอตัวของเศรษฐกิจ นักลงทุนจะต้องการส่วนชดเชยความเสี่ยงมากกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต

ดังนั้น ณ ระดับ เฉลี่ย ที่ 4.5% ตลาดหุ้นไทยจึงยังปรับลงต่อ และขาดแรงซื้อกลับ แต่แรงซื้อกลับเริ่มมาเมื่อ Earnings yield gap ปรับขึ้นสู่ระดับที่สูงขึ้นเพียงพอ คือ >5% ดังนั้นเราประเมินด้วยสมมติฐานการชะลอตัวของเศรษฐกิจ (GDP โตถดถอย ไม่ได้ติดลบ) ณ ระดับ SET index ต่ำกว่า 1,600 จุด น่าสนใจเข้าซื้อลงทุน และประเมินในเชิง Technical แนวต้านที่สำคัญของการรีบาวด์คือ 1,645 จุด ซึ่งจะเป็นจุดตัดสินว่า SET index ฟื้นตัว ยุติขาลงได้หรือไม่

โดยประเมินหุ้นเด่นที่น่าสนใจสำหรับการเล่นเก็งกำไรสั้นได้แก่ หุ้นเชื่อมโยงเศรษฐกิจในประเทศรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มค้าปลีก กลุ่มเช่าซื้อ กลุ่มสื่อสาร กลุ่มนิคมฯ เป็นต้น และหุ้นเล็กที่มีพื้นฐานดีรองรับ เช่น TFG, EPCO, DOD เป็นต้น