แรงกว่าคาด แต่ยังมอง Upside เริ่มจำกัด

337

               ดัชนี SET index สัปดาห์ที่ผ่านมา ทะลุแนวต้านที่ประเมินไว้ที่ 1,180 จุด ขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,240 จุดได้ ดีกว่าคาดเป็นผลจาก i) ความคาดหวังเชิงบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลกทั้งมาตรการการเงินและการคลัง ii) ราคาน้ำมันระหว่างสัปดาห์เริ่มมีเสถียรภาพ จากความหวังข้อตกลงการลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ (แต่ผลออกมาปลายสัปดาห์ ถือว่าไม่ดีตามที่ตลาดคาดหวัง การลดกำลังการผลิต 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงเดือน พ.ค.63 – มิ.ย.63, 8 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงเดือน ก.ค.63-ธ.ค.63, และ 6 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงเดือน ม.ค.64-เม.ย.64 ซึ่งในระยะสั้นนั้นไม่สามารถชดเชย อุปทานส่วนเกินวันละ 25 – 30 ล้านบาร์เรลต่อวันได้ ซึ่งเป็นผลจากอุปสงค์ที่ลดลงมาก) สำหรับแนวโน้ม SET index สัปดาห์นี้เราประเมินแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,180 จุด และ 1,150 จุด / แนวต้าน 1,240 จุด และ 1,300 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ยังต้องติดตามคือ i) จำนวนผู้ติดเชื้อในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่จะผ่านพ้นช่วงที่เลวร้ายที่สุดไปแล้วตามที่ตลาดคาดหวังได้หรือไม่ และ ii) การรายงานผลการดำเนินงาน 1Q63 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์

ประเมิน Valuation ตลาดหุ้นไทยในด้านของ Earnings based หรือมุมของ PE, Earnings yield gap จะพบว่า Upside เริ่มจำกัด เนื่องจาก i) ความเสี่ยงเรื่องการถูกปรับลดประมาณการฯ (ปัจจุบัน Bloomberg consensus คาดไว้ที่เฉลี่ย 79 บาท/หุ้น ลดลงจากสัปดาห์ก่อนที่ 82 บาท/หุ้น และคาดว่ายังมี Downside ในการปรับลดประมาณการฯอีก) และ ii) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยืนสูง (Bond yield 10 ปีไทย ±1.5%) สวนทางกับนโยบายดอกเบี้ยต่ำ ทำให้ประเมินขณะนี้ Earnings yield gap ที่ต่ำกว่า 6% ขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจยังอ่อนแอและยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสฯ ทั่วโลกจะสามารถควบคุมได้เมื่อใด ทำให้ระดับ Earnings yield gap ที่ต่ำกว่า 6% นั้นอาจไม่คุ้มเสี่ยง

แนะนำปรับการลงทุนเป็น “การเก็งกำไรสั้น” มากขึ้น และมีวินัยในการกำหนดจุด Stop loss เนื่องจาก Valuation ตลาดหุ้นไทยเริ่มกลับมาแพงอีกครั้ง และยังคงแนะนำสะสมหุ้นพื้นฐานดี ที่แนวโน้มผลการดำเนินงาน 1Q63 จะ Outperform ตลาดฯได้ เช่น กลุ่มสื่อสาร (INTUCH, ADVANC), กลุ่มโรงไฟฟ้า (EGCO, RATCH, BCPG), หุ้น Medium – small cap (JMART, RS, EPCO), และหุ้นกลุ่มอาหารอย่าง CPF, TFG (ธีมหุ้นปัจจัย 4) เป็นต้น

โดย สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

www.mitihoon.com