KEX ออเดอร์ส่งของพุ่ง ‘โควิด’หนุน -ลุยM&Aดันกำไรปี64โตระเบิด (29/04/64)

927

มิติหุ้น-KEX ลุ้นผลงานฟื้นตัวเด่นรับโควิดรอบ3 การสั่งซื้อออนไลน์พุ่ง โบรกมองตลาดอีคอมเมิร์ชในไทยยังเติบโตอีกไกล แถมชมกลยุทธ์เด็ดปิดดีล M&A 4 ดีล เพื่อช่วยเพิ่ม Upside ให้บริษัทฟันธงกำไรปี 64 แรง 1.5 พันลบ.

ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น” รายว่า บมจ.เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) (KEX) โดย บทวิเคราะห์ บล.ไทยพาณิชย์ ระบุว่า กําไรสุทธิช่วงครึ่งแรกของปี 64 ที่คาดว่าจะออกมาไม่น่าตื่นเต้นสะท้อนในราคาหุ้นแล้ว สถานการณ์การแพร่ ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเริ่มเกิดขึ้นในประเทศไทยอีกระลอก แต่เชื่อมั่นว่ากำไรสุทธิน่าจะกลับมามีอัตราเติบโตเป็นบวก ในช่วงครึ่งหลังจากโควิดระลอกใหม่ ดังนั้นฝ่ายวิจัยจึงคาดว่ากำไรสุทธิปี 64 จะอยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6 % และกำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/64 ที่ 352 ล้านบาท และระยะยาวยังมีแนวโน้มที่ดีเพราะตลาดอีคอมเมิร์ชในประเทศไทยมี แนวโน้มเติบโตสูงขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 3.7% ของยอดค้าปลีกทั้งหมดในปี 62 คาดว่าอัตราการเข้าถึงอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นสู่ 9.5% ในปี 67

คาด M&A ช่วยเพิ่ม Upside

ส่วนปัจจัยบวก คือฝ่ายวิจัยได้ เล็งเห็น upside ซึ่งยังไม่ได้นำมาใส่ไว้ในสมมติฐานจากธุรกิจใหม่และการทำ M&A ภายหลัง KEX ปรากาศเปิดตัว 4 ธุรกิจใหม่ในไตรมาส 1/64 ที่ผ่านมา ประกอบด้วย Kerry Media, Kerry Car Sell, Kerry Cool และ Kerry Enterprise ซึ่งเชื่อว่าการเปิดตัวธุรกิจใหม่มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสาขาและเครือข่ายของบริษัท ทั้งนี้การทำดีล M&A ด้วยเงินสดที่มีราว 9.7 พันล้านบาท(12% ของ Market cap) จากเงิน IPO นั้น Upside ให้ปรับประมาณการได้ และมีโอกาสที่จะเปลี่ยนมามองบวกมากขึ้น

โดยพบว่า 1) สัญญาณการอุปโภคบริโภคฟื้นตัว 2) ความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับธุรกิจใหม่ และ 3) upside จาก M&A จึงประเมินราคาเป้าหมายที่ 50 บาท/หุ้น ขณะที่บทวิเคราะห์บล. คันทรี่ กรุ๊ป แนะนำ “ถือ” พร้อมประเมินราคาเป้าหมายที่ 53 บาท จากปัจจัยเชิงบวกในปีนี้หลังผู้บริหารเน้นไปที่การเพิ่มปริมาณกาขนส่งอย่างต่อเนื่อง

ทุ่ม 1,000 ลบ.ขยายจุดบริการ

ด้าน “นายวราวุธ นาถประดิษฐ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายงานปฏิบัติการ KEX เปิดเผยว่า แผนธุรกิจปี 64 บริษัททุ่มงบลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อยังเน้นขยายจุดให้บริการและจุดกระจายสินค้า รวมทั้งการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มศักยภาพ และยังเตรียมเปิดตัวธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักด้านจัดส่งพัสดุด่วนในประเทศไทย เพื่อให้บรรลุเป้ารายได้ปี 64 ที่บริษัทคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง ตามการเติบโตของ “อีคอมเมิร์ซ” ในประเทศไทยซึ่งจะเติบโตเฉลี่ยราวอยู่ที่ 26.7% ขณะที่ส่วนแบ่งยอดขายปลีกออนไลน์มีแนวโน้มจะอยู่ที่ราว 5.2%

www.mitihoon.com