“น้ำท่วม-ภัยแล้ง”.. ผลงานพิสูจน์รัฐบาล

49

หากโฟกัสงบประมาณรายจ่ายฯของ “รัฐบาลประยุทธ์” ตลอด 7-8 ปี มีมากกว่า 23 ล้านล้านบาท ยังไมรวมเงินกู้อีกกว่า 8 ล้านล้านบาท และหากลงลึกถึง “งบกลาง” ในมือนายกรัฐมนตรี รวมๆ กันอีกราว 2 ล้านล้านบาท ดูเหมือนไม่ได้ถูกนำไปแก้ไขปัญหาของประเทศและประชาชนอย่างจริงจัง เหตุเพราะ “ภัยแล้ง – น้ำท่วม” ยังคงมีให้เห็นในทุกปี ก็อย่าแปลกใจ! หากคนไทย และ ส.ส.ที่เคยสนับสนุน…จะเปลี่ยนไป..

และ ทันทีที่ “นายกฯ ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะขอต่ออายุบนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ออกไปอีก 5 ปี!

ไม่แปลก! หากเหล่า “คนดัง” และคนทั่วไป ที่ไม่ใช่ “คอการเมือง” ต่างก็ออกมา “คอลเอ้าท์” เรียกร้องให้สังคมไทย ตระหนักถึงภัยอันตรายในห้วงเวลา 5 ปีนับจากนี้

ถึงขั้นชักชวนคนไทย ให้ร่วมกันทุกวิถีทางเพื่อ “สกัดดาวโรย” ดวงที่มีดาวหางพ่วงต่อท้ายมากถึง 250 ตน…

แม้แต่ ส.ส. ฝั่งที่เคย “ยกมือ” สนับสนุนก่อนหน้านี้ มาวันนี้…กลับแสดงท่าทีตรงกันข้าม!

เพราะต่างรู้ดีกว่า…หากยังคงฝืนกระแสสังคม และฝ่าเสียงก่นด่า…ขับไล่ ในทุกพื้นที่ที่ใครบางคน? ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชน ซึ่งไม่ใช่ “กลุ่มจัดตั้ง” แม้กระทั่ง ส.ส.ในพื้นที่เอง ยังจำต้องเอามือ “อุดรูหู” ไม่กล้าเปิดรับฟังเสียง

นั่นจึงเป็นที่มาของขบวนการ..จองกฐินสามัคคี “เปลี่ยนตัวผู้นำฯ” กดดันผ่านให้มีการประกาศ “ลาออก” เมื่อช่วงท้ายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล ราวปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นกันยายน 2564 ที่ผ่านมา

นำมาสู่การ “ให้ออก” 2 รมต.ของพรรคพลังประชารัฐ อย่าง… ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ และกลายเป็นปมความขัดแย้งระหว่าง…ส.ส.กลุ่มใหญ่ของพรรคที่สนับสนุนรัฐบาล กับ “ผู้นำรัฐบาล” ในวันนี้

จะว่าไปแล้ว…สิ่งที่ ส.ส.กลุ่มนี้ กังวลใจกับผลงานที่แทงเข้าตาประชาชน!!! จนเกิดอาการ…บวมแดงและอักเสบ เพราะพิษการบริหารประเทศของ “รัฐบาลลุงตู่” ตลอด 7 ปีเศษนั้น หาได้เกินกว่ากระแสความเดือดเนื้อร้อนใจของพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด

ส.ส.ต่างรับรู้ได้…ถึงความต้องการแท้จริงของชาวบ้านในแต่ละพื้นที่ได้เป็นอย่างดี

บทพิสูจน์บนข้อเท็จจริง ก็คือ…ผ่านมา 7 ปีเศษ รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงของ “รัฐบาล คสช.” หรือ “รัฐบาลผสม” ได้จัดทำและถือเงินประมาณรวมกันจนถึงปีงบประมาณฯ 2565 แล้ว
 
มีไม่ต่ำกว่า 23 ล้านล้านบาท!!!

และมีการกู้เงิน ทั้งที่เป็นการกู้เงินเพื่อนำไปโปะงบประมาณขาดดุลในทุกๆ ปี หรือเงินกู้จากการนำมาใช้จ่ายเพื่อการเยียวยาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และภาคธุรกิจ รวมถึงเพื่อนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเหตุที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตลอดเวลาเกือบ 2 ปีก็ตาม

เงินกู้จาก “น้ำมือ” ของ “รัฐบาลประยุทธ์” มีรวมๆ กัน มากกว่า 8 ล้านล้านบาท

“รัฐบาลประยุทธ์” ถือเงินงบประมาณแผ่นดินรวมกันตลอด 7 ปีเศษ ราว 23 ล้านล้านบาท รวมกับเงินกู้อีก 8 ล้านล้านบาท คิดเลขแบบเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษา คำนวณออกมาได้ว่า…31 ล้านล้านบาท

เงินก้อนมหึมาขนาดนี้…มันควรจะผลักดันให้ประเทศไทย ก้าวไปสู่จุดไหนของขีดขั้นแห่งการพัฒนาประเทศ บนแผนที่โลกใบนี้?

คำตอบคือ…ทุกครั้งที่ย่างเข้าสู่ “ฤดูร้อน” ภาวะน้ำแล้งแห้งขอด สร้างความเสียหายแก่พื้นที่การเกษตรทั่วประเทศ ยังคงมีให้เห็นซ้ำซาก!

ขณะที่ งบประมาณการแก้ปัญหาภัยแล้ง ยังใช้ไม่หมด บางปี…รัฐบาลก็ต้องอาศัยทั้งงบประมาณแผ่นดินฯ ในมือของกระทรวงและกรมในสังกัดที่เกี่ยวข้อง รวมกับงบกลางที่อยู่ในมือของนายกรัฐมนตรี นำไปตั้งเป็นงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย

แค่ช่วงเวลาเพียง 2-3 เดือน…บางพื้นที่ของประเทศไทย เปลี่ยนสภาพจากผืนดินที่แห้งแล้ง กลายเป็นเวิ้งน้ำกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา…

รัฐบาลที่มีเงินมากถึง 31 ล้านล้านบาท ในช่วงเวลา 7 ปีเศษ ปล่อยให้เรื่องพรรค์นี้…มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?

สะท้อน…วิสัยทัศน์และการมองภาพแบบ “องค์รวม” ในการบริหารราชการแผ่นดินได้ชัดเจนขนาดไหน!!!

หากยังจำกันได้? กับหนึ่งในเหตุผลสำคัญของการชุมนุมประท้วงที่กลุ่ม กปปส. ภายใต้การนำของ “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อช่วงปลายปี 2556 – 2557 ที่ประกาศขับไล่ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” กระทั่ง เปิดทางให้มีการทำรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 นั้น

ก็คือ…การวางแผนกู้เงินเพื่อนำไปใช้จ่ายในโครงการพัฒนาประเทศ ผ่านระบบราง วงเงิน 2.2 ล้านล้าน ในการสร้างระบบรถไฟความเร็วสูง ครอบคลุมเครือข่ายการเดินทางได้ทั่วประเทศ

พร้อมกับ โครงการพัฒนาเส้นทางน้ำสายใหม่ ที่เรียกว่า “ฟลัดเวย์” มูลค่า 3.5 แสนล้านบาท ที่ “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” หวังจะนำไปใช้ในแก้ปัญหาน้ำแล้งและน้ำท่วม ตลอดพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ถึงภาคกลางตอนบน ไล่ลงจนถึงภาคกลางตอนล่าง…ปากอ่าวไทย

เส้นทางน้ำสายใหม่นี้…ยังถูกวางแผนให้กลายเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งเรือสินค้าและเส้นทางเดินเรือเพื่อการท่องเที่ยวไปในตัว…

หากไม่มีกลุ่ม กปปส. หรือการทำรัฐประหารในปี 2557 ล่ะก็…
 
ไม่เพียงรถไฟฟ้า 10 สี 10 เส้นทางจะแล้วเสร็จไปตั้งนานแล้ว แต่โครงการรถไฟความเร็วสูง ที่มีต้นทุนการก่อสร้างโครงการฯ ที่ต่ำกว่าในยุคสมัยของ “รัฐบาลประยุทธ์” ถึงร้อยละ 50 ก็คงจะแล้วเสร็จ และเปิดใช้งานได้พร้อมกับ “ฟลัดเวย์”
 
ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม…ก็คงจะทุเลาลงไป หรือหากจะมี…ก็คงไม่รุนแรงเหมือนเช่นทุกวันนี้

ไม่แปลกหรอก ที่มีกระแสว่า จะ “ไม่เอา” พล.อ.ประยุทธ์ พาลไปถึงบรรดา ส.ส.พรรคที่เคยสนับสนุนฯ ที่จะไม่เอา “ผู้นำรัฐบาล” คนนี้…

อย่าลืมว่า… “งบกลาง” ที่ถืออยู่ในมือของนายกรัฐมนตรี นั้น ส่วนหนึ่งจะเก็บเอาไว้ใช้เพื่อการแก้ไขปัญหาและเยียวยาวิกฤติของประเทศ โดยเฉพาะปัญหาภิบัติภัยต่างๆ ทั้งที่เป็นภัยบัติภัยทางธรรมชาติและที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของเพื่อนมนุษย์

หากไม่ได้ใช้ หรือใช้ไม่หมด…ต้องส่งคืนเข้าคลังหลวง!!!

แต่ดูเหมือนสิ่งนี้…แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นกับ รัฐบาลประยุทธ์ เลย???

นับจากปีที่ “รัฐบาล คสช.” ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จัดทำงบประมาณของตัวเอง คือ ปีงบประมาณฯ 2558 จนถึงปัจจุบัน มีการเพิ่มวงเงินของ “งบกลาง” เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง…

เทียบกับปีงบประมาณฯ 2557 ในยุค “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” ที่มีการจัดตั้ง “งบกลาง” ในสัดส่วนที่มากแล้ว ก็ยังแค่ 3.45 แสนล้านบาท และเป็นการตั้งเพิ่ม เพื่อนำไปโปะ โครงการ “รถยนต์คันแรก” ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 ทันทีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามาบริหารประเทศได้ไม่นานนัก…

แต่นั้น…เทียบไม่ได้กับ “รัฐบาลประยุทธ์” ที่มีการปรับเพิ่ม…แบบ “ต่อยอด” กันเข้าไป โดยไม่มีหลักการและเหตุผลที่ดีพอในการจัดตั้ง “งบกลาง”

ไล่ระดับตั้งแต่…4 แสนล้านบาท ขึ้นไปจนถึง 6 แสนล้านบาท ในปีงบประมาณฯ 2564 และแม้จะมีการปรับลดลงมาบ้างในปีงบประมาณ 2565 เหลืออยู่ที่ 5.71 แสนล้านบาท

แต่ก็ยังถือว่า…สูงมาก เมื่อเทียบกับรัฐบาลชุดก่อนๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการนำเงินจาก “งบกลาง” ไปใช้ด้วยเหตุผลพิเศษ ที่รัฐบาลยังเปิดเผยได้ไม่หมดว่า…เอาไปใช้เพื่อการใดกันบ้าง?

เม็ดเงินงบประมาณฯ ในส่วนที่เป็น “งบกลาง” ที่ปกติจะต้องนำไปใช้ในห้วงเวลาที่ไม่ปกติ ไม่ว่าจะด้วยเหตุที่บ้านเมืองเกิดวิบัติภัยใดๆ ก็ตาม เงินก้อนนี้…จะต้องงัดเอามาใช้ เพื่อยุติ แก้ไข และเยียวยาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และระบบเศรษฐกิจของประเทศ

แต่ดูเหมือน “งบกลาง” ในมือของ พล.อ.ประยุทธ์ ในช่วง 7 ปีเศษ คิดเป็นวงเงินรวมกันๆ มากกว่า 2 ล้านล้านบาทนั้น ยังไม่อาจแก้ไขปัญหา”ภัยแล้งและน้ำท่วม”ให้เด็ดขาดได้เลย

ถึงบรรทัดนี้…หาก คนไทยส่วนใหญ่ และส.ส.บางส่วนที่เคยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จะมีคำตอบของตัวเอง”…ก็ขอให้เข้าใจตรงกัน!
 
หากยังไม่เข้าใจ…ให้ย้อนกลับไปอ่านบทความนี้อีกครั้ง ตั้งแต่ต้นเรื่องลงมา…
 
เข้าใจตรงกันนะ (อีกครั้ง!!!)

ที่มา:  เนตรทิพย์: เจาะลึก ถึงกึ๋น ถึงแก่น แบบไม่เกรงใจ (natethip.com)

🚩🚩ห้อง Official Line ห้องไลน์ฟรี มิติหุ้น ทันทุกสถานการณ์การลงทุน หุ้นเด่น หุ้นเด็ดตลอดวัน กับห้องไลน์ @mitihoonwealth ห้องไลน์ที่นักลงทุนเข้าเป็นสมาชิกฟรี ไม่มีเงื่อนไข เพียงคลิกลิงค์นี้ก็เข้าได้เลย และสามารถส่งต่อให้เพื่อนได้

https://lin.ee/cXAf0Dp