หาหุ้นน้ำดีเติมเข้าพอร์ต ดับร้อน “เอลนีโญ”

1347

จากสถานการณ์ “เอลนีโญ” ที่กำลังเกิดขึ้น ได้สร้างความร้อนและแห้งแล้งกว่าปกติ ส่งผลให้ไทยที่เป็นประเทศทางการเกษตรได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นฝนตกน้อยในบางพื้นที่ น้ำในอ่างกักเก็บน้ำไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ได้ผลผลิตที่น้อยลง อาจมีผลต่อรายได้ของเกษตรกร และทำให้กำลังซื้อภายในประเทศที่อ่อนแอลง

 

มูลค่าความเสียหายทางการเกษตร
แตะ 4.8 หมื่นลบ.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า “เอลนีโญ” จะสร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง ที่จะทยอยออกสู่ตลาดจำนวนมาก ประกอบด้วยข้าวนาปี มันสำปะหลัง ยางพารา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ ซึ่งมีความเสียหายรวมทั้งปีราว 4.8 หมื่นลบ. โดยเป็นความเสียหายของข้าวเป็นหลัก

 

อาจรุนแรงขึ้นและลากยาวถึง Q1/67 เป็นอย่างน้อย จะสร้างความเสี่ยงต่อผลผลิตสินค้าเกษตรให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะพืชฤดูแล้ง คาดมูลค่าความเสียหายมากกว่าปี 66 ทั้งด้านปริมาณและจำนวนชนิดพืชที่เสียหาย เพราะเป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวนาปรังจะทยอยออกสู่ตลาด ซึ่งต้องพึ่งพาน้ำในเขื่อนเป็นหลัก

 

อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการกลางน้ำ-ปลายน้ำของไทยที่ใช้สินค้าเกษตรเป็นวัตถุดิบ คงต้องเผชิญราคาวัตถุดิบต้นน้ำที่สูง และอาจเสี่ยงขาดแคลนวัตถุดิบ ซึ่งขึ้นอยู่การปรับตัวของผู้ประกอบการแต่ละราย เพื่อให้สามารถรับมือกับความไม่แน่นอนด้านราคาและอุปทานสินค้าเกษตรต้นน้ำ

 

ชู 5 กลุ่มเด่นได้รับผลประโยชน์

ทางด้านบล.เอเซีย พลัส เผยว่า สถานการณ์ “เอลนีโญ” ดูเหมือนจะมีแนวโน้มที่จะรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ของสหประชาชาติ คาดว่าอุณหภูมิจะค่อยๆ สูงขึ้นในปี 67 และจะเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทำลายสถิติปี 59 และหากพิจารณาร่วมกับปริมาณน้ำสำรองในบ้านเราที่อยู่ระดับต่ำ อาจเป็นตัวเร่งให้สถานการณ์ภัยแล้งระยะต่อไปให้รุนแรงขึ้น แนะหุ้นได้-เสียประโยชน์ ดังนี้

หุ้นได้ประโยชน์

– กลุ่มอาหารสัตว์ ให้ ASIAN ยอดขายมีโอกาสเพิ่มจากสัตว์เลี้ยง จากการบริโภคอาหารและน้ำในช่วงแล้งที่สูงขึ้นได้
– กลุ่มอาหารครบวงจร ให้ CPF ซึ่งคาดส่งผ่านต้นทุนไปสู่ผู้บริโภคได้
– กลุ่มเครื่องดื่ม ให้ CBG หากอากาศร้อนขึ้นจะดีต่ออุปสงค์ธุรกิจเครื่องดื่ม
– กลุ่มธุรกิจน้ำดิบ น้ำประปา ให้ EASTW คาดในช่วงสั้นปริมาณน้ำสำรองในแหล่งเก็บน้ำจะยังคงมีเพียงพอต่อการบริหารจัดการ โดยภัยแล้งเป็นแรงหนุนให้ กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมมีปริมาณน้ำสำรองน้อยลง และหันมาเรียกซื้อน้ำกับทางผู้ประกอบการ น้ำดิบมากขึ้น
– กลุ่มการเงิน ให้ SAWAD,MTC

หุ้นเสียประโยชน์

– กลุ่มเกษตร ให้ STA,KSL,GFPT
– กลุ่มพลังงานน้ำ ให้ CKP

เป็นกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบ จากภัยแล้งหนัก ฝนขาดช่วง และกำไรมีการลดลงเฉลี่ยในช่วงปี 58 -59 ซึ่งเป็นปีที่ “เอลนีโญ” แรงกว่าปกติ

 

 

เลี่ยงการลงทุนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง
อาทิ กลุ่มเครื่องดื่ม,กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังน้ำ,กลุ่มเกษตรและอาหาร

 

ในส่วน InnovestX Research กล่าวว่า การลงทุนในช่วงภัยแล้งของไทยเป็นความเสี่ยงเชิงลบมากกว่าเชิงบวก เนื่องจากโครงสร้างแรงงานไทยมาจากภาคเกษตรราว 40% ของกำลังแรงงานรวม นอกจากนี้อาจส่งผลกับราคาสินค้าที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น และอาจจะส่งผลกับภาคการผลิตอย่างกลุ่มสินค้าเกษตร ในส่วนของกลุ่มปิโตรเคมีและกลุ่มโรงไฟฟ้า มองว่าจะยังไม่เห็นผลกระทบมากนัก เพราะปริมาณน้ำในเขื่อนเพียงพอ ซึ่งต้องติดตามปริมาณฝนในช่วง มิ.ย.-ต.ค.66 นี้ หากมีน้อยคาดจะเห็นผลกระทบชัดเจนในช่วง Q1/67 เป็นต้นไป

 

กลยุทธ์การลงทุน มองปีนี้ไทยจะไม่ถึงขั้นประสบวิกฤตภัยแล้งหนัก แต่หากปรากฎการณ์ “เอลนีโญ” ทำให้ไทยเข้าสู่ช่วงขาดฝนหรือมีปริมาณฝนต่ำกว่าปกติ จะส่งผลให้เกิดปัญหาภัยแล้งรุนแรงตั้งแต่ปลายปี 66 ถึง ปี 67 ซึ่งอาจกดดันผลประกอบการและกำไรของบางอุตสาหกรรม แนะนักลงทุนระยะกลางที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ ระมัดระวังหรือเลี่ยงการลงทุนในกลุ่มที่จะได้รับผลเชิงลบจากภัยแล้ง ที่มีกำลังซื้อลดลง ได้แก่

กลุ่มพาณิชย์ มองส่งผลกระทบทางอ้อมจากเศรษฐกิจและกำลังซื้อภายในประเทศที่อ่อนแอลง อย่าง GLOBAL

กลุ่มสินเชื่อ อย่าง MTC,SAWAD ที่มีลูกค้าเกษตรกร รวมทั้งอาจมีผลกดดันต่อการขยายตัวของการปล่อยสินเชื่อภาคเกษตร

กลุ่มยานยนต์ มีผลกระทบทางตรงต่อการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์มีจำกัด และอาจมีผลต่อความต้องการรถยนต์จากกำลังซื้อที่ลดลง อย่าง SAT,STANLY

กลุ่มเครื่องดื่ม คาดมีผลทำให้วัตถุดิบหลัก เช่น อ้อย น้ำตาล มีราคาสูงขึ้น ผลผลิตน้อยลง กระทบต่อต้นทุนการผลิต อย่าง CBG

กลุ่มเกษตรและอาหาร ผลกระทบต่อการเลี้ยงสัตว์มีจำกัด แต่อาจได้รับผลกระทบจากราคาอาหารสัตว์ โดยเฉพาะข้าวโพด ที่เพิ่มขึ้น อย่าง CPF,GFPT

กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังน้ำ อย่าง CKP

 

ในขณะที่นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ ให้หาจังหวะเก็งกำไร สำหรับหุ้นที่คาดได้รับผลบวกจากภัยแล้งอย่าง กลุ่มน้ำตาลและกลุ่มปาล์ม ส่วนกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และโรงไฟฟ้าประเภทอื่นๆ คาดจะไม่กระทบต่อการผลิตจากภาวะแล้งที่ไม่รุนแรง แต่หากภาวะแล้งรุนแรงกว่าคาด อาจทำให้ต้นทุนในการบริหารจัดการน้ำเพิ่มขึ้น

 

 

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon