“เพื่อไทย” ฟิตจัด คลอดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เปิดชื่อหุ้นได้ประโยชน์

3286

หลังประเทศไทยได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 คือ “เศรษฐา ทวีสิน” จากพรรคเพื่อไทย โดยนโยบายส่วนใหญ่จะเน้นการกระตุ้นเศษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งไฮไลท์หลักคงหนี้ไม่พ้น แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนและแก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการคือช่วงครึ่งปีแรกของปี 67 ซึ่งงบประมาณที่ใช้ในโครงการนี้ประมาณ 5.6 แสนลบ.

ทั้งนี้ระหว่างรอนโยบายหลัก เพื่อไทยไม่ได้หยุดนิ่งได้ทยอยออกนโยบายอื่นๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจออย่างต่อเนื่อง อาทิ ฟรีวีซากับคนจีนและอินเดีย ค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ลดค่าน้ำมันและค่าไฟ

 

ส่องหุ้นได้ประโยชน์รับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

บล.กรุงศรี เผยว่า รัฐบาลได้เตรียมให้ฟรีวีซากับคนจีนและอินเดีย เป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่อยากผลักดันเนื่องจากการท่องเที่ยว คือฟันเฟืองหลักในการขยายตัวของ GDP ซึ่งเป็นนโยบายที่ทำง่ายที่สุดและไม่ต้องใช่งบประมาณ จะส่งผลบวกต่อ กลุ่มท่องเที่ยวทั้งระบบ อาทิ AOT, AAV, BA, MINT, CENTEL, ERW, SPA

รวมถึงการลดค่าไฟฟ้าและราคาน้ำมัน จะช่วยให้ภาระค่าครองชีพของประชาชนลดลง การจับจ่ายจะกลับมาสูงขึ้น เป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีก ส่วนภาคธุรกิจที่มีค่าไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนต่อค่าใช้จ่ายในระดับสูง จะได้ประโยชน์ อาทิ ห้างสรรพสินค้า, ร้านสะดวกซื้อ, โรงแรม และโรงพยาบาล แนะ CPALL, CPAXT, HMPRO, GLOBAL, DOHOME, CPN, CRC, COM7, SYNEX, SAWAD, MTC, AEONTS, KTC

 

ทางด้านนายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจด้านการท่องเที่ยว จะได้รับประโยชน์จากมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่ากับคนจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่เดินทางเข้าทางไทยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวจีนที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นคนที่มีกำลังซื้อ ส่งผลบวกต่อกลุ่มหุ้นโรงแรม หุ้นร้านอาหาร สนามบิน สายการบิน

แต่ทั้งนี้มองว่า ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นมาสูงก่อนช่วงโควิด-19 แล้ว เป็น sentiment บวกในระยะสั้น หากราคาหุ้นมีการปรับตัวขึ้นอีกอาจยืนบวกไม่ได้นาน ประกอบกับนักท่องเที่ยวจีนไม่ได้กลับมากอย่างที่คาด ทำให้มีการปรับประมาณการนักท่องเที่ยวลงเหลือ 25 ล้านคน/ปี จากเดิมที่คาด 28 ล้านคน/ปี อย่างไรก็ดีแนะนำหุ้นที่สนใจในครึ่งปีหลัง ได้แก่ AUCT, CHAYO, JMT, GULF, GPSC, CPALL, COM7, TU, GFPT, NYT

 

ลุ้นนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท ทุกสาย ทำได้จริงไหม?

ขณะที่นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.ลิเบอเรเตอร์ กล่าวว่า ในส่วนของรถไฟฟ้า 20 บาท ทุกสายยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่าจะใช้วิธีไหน เพื่อไม่ให้ประทบต่อผู้ประกอบการและต้นทุนทางภาครัฐ หากมองในเรื่องของการเดินทาง สามารถจูงใจให้คนหันมาเดินทางด้วยรถไฟฟ้าและประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากขึ้น ซึ่ง BTS, BEM ได้รับประโยชน์แน่นอน

แต่ถ้ามองทางด้านภาครัฐที่ต้องเขามาชดเชยส่วนต่าง อาจสร้างภาระหนี้เพิ่มขึ้น หรือหากต้องมาแก้สัมปทาน รัฐจะต้องเข้ามาคุยกับทางผู้ประกอบการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

 

 

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon