MTL จัดใหญ่ ใส่ 5 กองทุนใหม่ เสริมศักยภาพ mDesign และ mOne

111

มิติหุ้น – เมืองไทยประกันชีวิต เสริมแกร่งประกันควบการลงทุน เพิ่ม 5 กองทุนใหม่ เติมพอร์ต mDesign และ mOne เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่คุ้มค่าความเสี่ยง ให้การลงทุนของลูกค้าไร้ขีดจำกัด ด้วยทางเลือกการลงทุนในต่างประเทศ

ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น” รายงานว่า นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมเพิ่มกองทุนรวมใหม่ 5 กองทุน ที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน mDesign และ mOne ที่จากเดิมมีอยู่ 27 กองทุน ให้เพิ่มเป็น 32 กองทุน ครอบคลุมสินทรัพย์ทางการเงินมากขึ้น เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือกจัดพอร์ตกองทุนรวมได้หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกระดับความเสี่ยง

4กองทุนจาก บลจ.กสิกรไทย

สำหรับ 5 กองทุนดังกล่าว มาจาก บลจ.กสิกรไทย และ บลจ.วรรณ ได้แก่ กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ พลัส มีนโยบายลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไม่ต่ำกว่า 90%, กองทุนเปิดเค แพลน 3 กองทุนผสมที่สามารถเพิ่มการลงทุนในหุ้นได้สูงสุด 55% ส่วนที่เหลือกระจายลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ โดยลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 30% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

นอกจากนี้ยังมี กองทุนเปิดเค อิควิตี้แอบโซลูทรีเทิร์น ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย เน้นลงทุนในหน่วยลงทุน BSF Americas Diversified Equity Absolute Return Fund, Class I2 USD โดยกองทุนหลักมีนโยบายมุ่งสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวก โดยไม่คำนึงถึงสภาวะตลาดโดยใช้ตราสารอนุพันธ์ และใช้โปรแกรมจัดการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคัดเลือกหุ้น โดยนำการวิเคราะห์ Big Data และ Machine Learning มาใช้ในการวิเคราะห์หลักทรัพย์

กองทุนเปิดเค พร็อพเพอร์ตี้ เซคเตอร์ (K-PROP) มีนโยบายลงทุนในตราสารภายใต้หมวดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในและต่างประเทศ และมีนโยบายจ่ายเงินปันผล เหมาะกับผู้ที่สามารถลงทุนในระยะยาว และยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับสูงมาก

1กองทุนจาก บลจ.วรรณ

ส่วนของบลจ.รรณ คือ กองทุนเปิดวรรณ อัลติเมท โกลบอล โกรว์ธ (ONE-UGG) มีโยบายลงทุนในกองทุน Baillie Gifford Long Term Global Growth Fund (กองทุนหลัก) ในหน่วยลงทุนชนิด Class B net accumulation (ชนิด B ประเภทสะสมมูลค่า) ที่เน้นคัดเลือกหุ้นที่มีอัตราการเติบโตสูงในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือมีนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงมีแนวโน้มเติบโตสอดรับกับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต เหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนให้หุ้นเติบโตขนาดใหญ่ทั่วโลก สามารถลงทุนในระยะยาว และยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับสูง

“จากความผันผวนของการลงทุนในประเทศ รวมถึงภาวะอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันที่ยังคงทรงตัวในระดับต่ำ เมืองไทยประกันชีวิตเล็งเห็นถึงความสำคัญของการขยายโอกาสการลงทุนไปยังต่างประเทศ เพื่อเป็นตัวช่วยกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ให้ลูกค้ามีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้น บริษัทจึงเพิ่มกองทุนรวมใหม่ 5 กองทุนจาก 2 บลจ.ชั้นนำ ครอบคลุมการลงทุนในตราสารหนี้ หุ้นและสินทรัพย์ทางเลือกในต่างประเทศ รวมถึงการลงทุนในกองทุนที่ใช้เทคโนโลยี Machine learning และ Big data มาประมวลผลและวิเคราะห์การลงทุน เพื่อให้การวางแผนการเงินผ่านประกันชีวิตควบการลงทุน mDesign และ mOne มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นายสาระกล่าว